<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?>
<rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	xmlns:georss="http://www.georss.org/georss" xmlns:geo="http://www.w3.org/2003/01/geo/wgs84_pos#" xmlns:media="http://search.yahoo.com/mrss/"
	>

<channel>
	<title>All I have to do is dream</title>
	<atom:link href="http://yaikaew.wordpress.com/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>http://yaikaew.wordpress.com</link>
	<description></description>
	<lastBuildDate>Mon, 31 Dec 2007 16:28:49 +0000</lastBuildDate>
	<language>th</language>
	<sy:updatePeriod>hourly</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>1</sy:updateFrequency>
	<generator>http://wordpress.com/</generator>
<cloud domain='yaikaew.wordpress.com' port='80' path='/?rsscloud=notify' registerProcedure='' protocol='http-post' />
<image>
		<url>http://s2.wp.com/i/buttonw-com.png</url>
		<title>All I have to do is dream</title>
		<link>http://yaikaew.wordpress.com</link>
	</image>
	<atom:link rel="search" type="application/opensearchdescription+xml" href="http://yaikaew.wordpress.com/osd.xml" title="All I have to do is dream" />
	<atom:link rel='hub' href='http://yaikaew.wordpress.com/?pushpress=hub'/>
		<item>
		<title>Letter from Lisbon ฉบับที่ 3</title>
		<link>http://yaikaew.wordpress.com/2007/11/03/letter-from-lisbon-%e0%b8%89%e0%b8%9a%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88-3/</link>
		<comments>http://yaikaew.wordpress.com/2007/11/03/letter-from-lisbon-%e0%b8%89%e0%b8%9a%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88-3/#comments</comments>
		<pubDate>Sat, 03 Nov 2007 08:48:23 +0000</pubDate>
		<dc:creator>yaikaew</dc:creator>
				<category><![CDATA[Portugal]]></category>
		<category><![CDATA[Travel]]></category>
		<category><![CDATA[Lisbon]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://yaikaew.wordpress.com/2007/11/03/letter-from-lisbon-%e0%b8%88%e0%b8%94%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b8%88%e0%b8%b2%e0%b8%81%e0%b8%a5%e0%b8%b4%e0%b8%aa%e0%b8%9a%e0%b8%ad%e0%b8%99-%e0%b8%89%e0%b8%9a%e0%b8%b1%e0%b8%9a/</guid>
		<description><![CDATA[สวัสดีจ้ะ เพื่อนรัก 27 ธันวาคม 2549 จริงๆ แล้ววันนี้เป็นวันที่ 4 ซึ่งเป็นวันสุดท้ายในลิสบอน เมืองหลวงของโปรตุเกสล่ะนะ บ่ายวันนี้ชั้นจะนั่งเครื่องบินกลับเยอรมันแล้วนะแก อ๊ะๆ แต่อย่างเพิ่งงงว่าวันที่ 3 หายไปไหน ทำไมชั้นไม่เขียนจดกมายของวันที่ 3 ถึงแก สาเหตุก็เป็นเพราะว่า โปรแกรมของวันที่ 3 มันไม่ค่อยมีอะไรมากนัก ชั้นก็แค่ไปเที่ยวเมือง Sintra (ซินทรา) อีกรอบแล้วก็ไปเดินเล่นในเมืองนิดหน่อย ชั้นก็เลยยกนวบยอดมาเขียนรวมกับวันที่ 4 เลยไง เอาเป็นว่าเริ่มเล่าของวันที่ 3 ในสิลบอนก่อนก็แล้วกัน วันที่ 3 ของทริปนี้ (26 ธันวาคม 2549) ก็อย่างที่เกริ่นให้อ่านตั้งแต่ต้น วันนี้ชั้นจะไปเที่ยวเมืองซินทรากัน ส่วนอาหารเช้าก็เหมือนเดิน การเดินทางจากโรงแรมมาเมืองซินทราก็เหมือนเมื่อวานอีกนั่นแหละ ชั้นก็เลยขี้เกียจเล่าซ้ำแล้วล่ะ เอาเป็นว่าตอนนี้ชั้นก็พาแกมายืนอยู่ที่สถานีรถไฟเมืองซินทราเลยแล้วกันนะ เฮ้อ บรรยากาศวันนี้ค่อยครึกครื้นกว่าเมื่อวานนิดนึง แต่ก็แค่นิดเดียวเท่านั้นจริงๆ นะ มีนักท่องเที่ยวบ้าง แต่ก็ไม่มากเท่าไหร่ แกลองจินตนาการดูก็แล้วกัน เอาเป็นประมาณว่าน้อยกว่าคนที่ยืนรอต่อแถวเข้าชมพิพิธภัณฑ์ลุฟฟ์ หรือพระราชวังแวร์ซายส์ซัก 10 เท่าล่ะมั้ง แต่ก็ดีเหมือนกัน ไม่วุ่นวายดี แต่ก็เสียวอีกเหมือนกันว่าวันนี้จะมีรถเมล์พาเราไปชามปราสาท Palacio de [...]<img alt="" border="0" src="http://stats.wordpress.com/b.gif?host=yaikaew.wordpress.com&amp;blog=1595584&amp;post=21&amp;subd=yaikaew&amp;ref=&amp;feed=1" width="1" height="1" />]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p align="justify">สวัสดีจ้ะ เพื่อนรัก</p>
<p align="justify">27 ธันวาคม 2549</p>
<p align="justify">จริงๆ แล้ววันนี้เป็นวันที่ 4 ซึ่งเป็นวันสุดท้ายในลิสบอน เมืองหลวงของโปรตุเกสล่ะนะ บ่ายวันนี้ชั้นจะนั่งเครื่องบินกลับเยอรมันแล้วนะแก อ๊ะๆ แต่อย่างเพิ่งงงว่าวันที่ 3 หายไปไหน ทำไมชั้นไม่เขียนจดกมายของวันที่ 3 ถึงแก สาเหตุก็เป็นเพราะว่า โปรแกรมของวันที่ 3 มันไม่ค่อยมีอะไรมากนัก ชั้นก็แค่ไปเที่ยวเมือง Sintra (ซินทรา) อีกรอบแล้วก็ไปเดินเล่นในเมืองนิดหน่อย ชั้นก็เลยยกนวบยอดมาเขียนรวมกับวันที่ 4 เลยไง เอาเป็นว่าเริ่มเล่าของวันที่ 3 ในสิลบอนก่อนก็แล้วกัน</p>
<p align="justify">วันที่ 3 ของทริปนี้ (26 ธันวาคม 2549)</p>
<p align="justify">ก็อย่างที่เกริ่นให้อ่านตั้งแต่ต้น วันนี้ชั้นจะไปเที่ยวเมืองซินทรากัน ส่วนอาหารเช้าก็เหมือนเดิน การเดินทางจากโรงแรมมาเมืองซินทราก็เหมือนเมื่อวานอีกนั่นแหละ ชั้นก็เลยขี้เกียจเล่าซ้ำแล้วล่ะ เอาเป็นว่าตอนนี้ชั้นก็พาแกมายืนอยู่ที่สถานีรถไฟเมืองซินทราเลยแล้วกันนะ เฮ้อ บรรยากาศวันนี้ค่อยครึกครื้นกว่าเมื่อวานนิดนึง แต่ก็แค่นิดเดียวเท่านั้นจริงๆ นะ มีนักท่องเที่ยวบ้าง แต่ก็ไม่มากเท่าไหร่ แกลองจินตนาการดูก็แล้วกัน เอาเป็นประมาณว่าน้อยกว่าคนที่ยืนรอต่อแถวเข้าชมพิพิธภัณฑ์ลุฟฟ์ หรือพระราชวังแวร์ซายส์ซัก 10 เท่าล่ะมั้ง แต่ก็ดีเหมือนกัน ไม่วุ่นวายดี แต่ก็เสียวอีกเหมือนกันว่าวันนี้จะมีรถเมล์พาเราไปชามปราสาท Palacio de Pena หรือที่เรียกว่า Pena National Palace รึเปล่า</p>
<p align="justify"><span id="more-21"></span></p>
<p align="justify">จากสถานีรถไฟ เราก็ไปขึ้นรถบัสต่อไปยังปราสาทเลย เจ้าหน้าที่บอกว่ามีรถแล่น อ๊ะๆ อย่างเพิ่งดีใจ เนื่องจากวันนี้ยังถือว่าเป็นวันหยุดคาบเกี่บววันคริสมาสต์อยู่ ปราสาทก็เลยเปิดให้ชมแต่ส่วนที่เป็นสวน กับประตูชั้นแรก ที่จะเห็นแต่ด้านนอกของปราสาทเท่านั้น ส่วนด้านในของปราสาทไม่เปิด แต่อย่างไรก็ตามชั้นก็ตัดสินใจที่จะไปดูอยู่ดี ก็มาถึงที่แล้วนี่เนอะ ทำไงได้ <img src='http://s0.wp.com/wp-includes/images/smilies/icon_sad.gif' alt=':-(' class='wp-smiley' /> </p>
<p align="justify">หลังจากเสียตังค์ค่ารถเมล์ไป-กลับคนละ 3.50 ยูโร รถเมลล์ก็พาชั้นและเพื่อนร่วมทางคนอื่นๆ ที่ไม่รู้จักกันประมาณ 10 กว่าคน (ซึ่งส่วนใหญ่ก็เป็นคนเอเชีย) ผ่านเส้นทางเล็กๆ ที่รถบัสสวนกันไม่ได้ ขึ้นเขาที่สูงชัน มาจนถึงหน้าประตูกปราสาทล่ะ จากนั้นก็จ่ายค่าเข้าอีกคนละประมาณ 3 ยูโรมั้งเพื่อเป็นค่าผ่านประตู โอโห ด้านในสวนกว้างขวางดีแท้ ปราสาทแห่งนี้เป็นปราสาทที่สร้างอยู่บนภูเขาสูง ดังนั้นสวนในอาณาบริเวณนี้ก็จะมีลักษณะเป็นเนินสูงๆ ต่ำๆ สลับกันไป ชั้นก็หันซ้ายมองขวา เอ ทำไมไม่เห็นปราสาทซักทีฟระ อ้าวแล้วเพื่อนร่วมทางที่มาด้วยกันเค้าหายไปไหนกันหมด อ้อ นั่นเอง มีรถเมล์รางคันเล็กๆ จอดอยู่ตรงโน้นแน่ะ บางคนก็เดินไปขึ้นรถ แต่บางคนก็เดินหาบเข้าไปในสวน ชั้นเลยเดินไปถามพนักงานขับรถ ปรากฏว่า ถ้าจะไปปราสาทต้องเดินขึ้นเขาต่อไปอีก แต่ถ้านั่งรถรางก็ต้องจ่ายเงินอีดคนละ 1 ยูโร ด้วยความขี้เกียจก็เลยจ่ายตังค์เค้าไป แล้วนั่งสบายๆ ไปจนถึงหน้าปราสาท</p>
<p align="justify">แต่นแต๊น&#8230; ถึงแล้วจ้า Pena National Palace เป็นไงล่ะ อึ้ง ตะลึง ไม่คิดใช่มั้ยล่ะ ว่าปราสาทจะมีสีสันฉูดฉาดอะไรปานนั้น แกลองดูรูปสิ</p>
<p align="justify"><img width="429" src="http://i196.photobucket.com/albums/aa119/kaew_l/Sintra1-1.jpg" height="396" /></p>
<p align="justify">Pena National Palace หรือ Palacio Nicional de Pena สร้างขึ้นบนยอดเขาที่สูงที่สุดของเมือง Sintra เลยเชียวนะ ตอนสมัยก่อนโน้น บริเวฯพื้นที่ตรงเนี้ยเป็นแค่โบสถ์เก่าๆ หลังนึงเท่านั้นเอง แต่ตอนที่เกิดแผ่นดินไหวในปี ค.ศ. 1755 น่ะ ทุกอย่างในลิสบอนก็ถูกทำลายลงหมดเลย ความรุนแรงของแผ่นดินไหลก็แนงมาถึงที่นี่แน่ะ โบสถ์เก่าหลังนี้ก็เลยเหลือแต่ซาก มีก็แต่เพียงห้องสวดมนต์เท่านั้นที่ไม่ถูกทำลายลงไป</p>
<p align="justify">ต่อมาก็มีเจ้าชายรูปงามองค์หนึ่ง ชื่อว่า D. Fernando of Saxe Coburg-Gotha มาเดินเล่นในเมือง Sintra แล้วก็เกิดหลงรักเมืองนี้ขึ้นมา ก็เลยมาสร้างปราสาทแห่งนี้ในประมาณราวปี ค.ศ. 1838 แทนที่โบสถ์เดินที่ถูกทำลายไป เจ้าช่นองค์นี้ ภายหลังก็ได้ขึ้นครองราชย์เป็นกษัตริย์ปกครองประเทศโปรตุเกสเป็นเวลานานหลายปี (นิทานของชั้น จบแบบ Happy Ending มั้ยแก)</p>
<p align="justify"><img border="0" align="left" width="236" src="http://i196.photobucket.com/albums/aa119/kaew_l/Lissabon/Sintra2.jpg" height="596" />ถ้าแกลองเปรียบเทียบปราสาทนี้กับปราสาทอื่นๆ ในยุโรปน่ะ แกจะเห็นว่ามันต่างจากปราสาทอื่นๆ มากๆ เลยนะ ก็เพราะว่าปราสาทเนี้ยเป็นศิลปะแบบ Manueline ฮ่าๆๆ ไม่รู้จักใช้ป่ะ ชั้นก็ไม่รู้จักเหมือนกัน แต่ในฐานะเพื่อนที่ดีก็เลยต้องไปกระเสือกกระสนมาเล่าให้แกฟัง</p>
<p align="justify">Manueline เป็นศิลปะในยุคปลายๆ ของโกธิค เข้าสู่ช่วงต้นของยุคเรเนสซองส์ นิยมสร้างกันแพร่หลายในโปรตุเกส สเปน  เป็นศิลปะที่เป็นการผสมผสานกันของพวกชนเผ่ามัวร์ อิลสาม แล้วก็โกธิค เอาเป็นว่า รู้แค่นี้ก็พอล่ะ อย่าง โบสถ์ใหญ่ในเมืองลิสบอน แล้วก็ Belem ที่ชั้นเล่าให้แกฟังตั้งแต่วันแรกก็เป็นศิลปะแบบ Manueline ด้วยเหมือนกัน</p>
<p align="justify">ครั้งแรกที่ชั้นเห็นปราสาทหลังนี้นะแก ชั้นก็นึกถึงปราสาทนอบชวานสไตน์ในเยอรมันเลยนะแก ชั้นว่ามันก็มีส่วนคล้ายๆ กันเหมือนกันนะ แกคิดเหมือนชั้นมั้ย พอกลับมาอ่านดู ปรากฏว่าปราสาทหลังนี้ได้ชื่อว่าเป็นนอยชวานสไตล์แห่งโปรตุเกสจริงๆ ด้วยล่ะ แต่ว่าปราสาทนี้สร้างก่อนปราสาทนอยชวานสไตล์ตั้ง 30 ปีเชียวนะ</p>
<p align="justify">น่าเสียดายที่วันนี้เค้าไม่เปิดให้เข้าไปชมด้านใน ก็เลยไม่มีรูปด้านในปราสาทมาเม้าท์ให้แกฟัง เอาเป็นว่าโชคดีที่เจ้าชายคนสร้างปราสาทเค้ายังสร้างสวนที่มีพืชพันธ์หลายชนิดไว้ให้ชั้นไปเดิมชม ถ้าเค้าไม่สร้างเอาไว้ ชั้นคงต้องนั่งรถกลับตั้งแต่ 20 นาทีแรกที่มาถึง สวนที่นี่ ขอบอกใหญ่มาก เป็นสวนที่สร้างไว้บนเนินเขา จากจุดนี้ชั้นก็จะพาแกไปดูปราสาทนี้แบบเต็มๆ กันล่ะนะ ต้องเดินลัดเลาะสวนนี้ตั้งนาน แถมยังต้องปีนขึ้นไปบนยอดเขาอีก โอ้ ลำบากมากมาย สูงก็สูง กลัวตกชะมัด แต่ไหนๆ ก็มาแล้ว ต้องไปถ่ายมาให้ได้</p>
<p align="justify">&nbsp;</p>
<p align="justify">จากปราสาทแห่งนี้ชั้นก็นั่งรถกลับมาที่ตัวเมือง Sintra ล่ะ ในตัวเมืองก็มีปราสาทที่น่าสนใจอีกอันซึ่งซึ่งมีประวัติยาวนานกว่า Pena National Palace ซะอีก ปราสาทที่ว่านี้ก็คือ Sintra National Palace ที่ตั้งอยู่ใจกลางเมือง Sintra ด้วยความที่ทั้ง 2 ปราสาทมีประว้ติศาสตร์ที่น่ามนใจ ทางองค์การยูเนสโก ก็เลยจัดให้ทั้ง 2 ปราสาทเป็นส่วนหนึ่งของมะดกโลกทางวัฒนธรรมของเมือง Sintra (Cultural Landscape of Sintra)</p>
<p align="justify"><img border="0" width="407" src="http://i196.photobucket.com/albums/aa119/kaew_l/Lissabon/Sintra5.jpg" height="425" /></p>
<p align="justify">Sintra National Palace ถูกสร้างขึ้นตังแต่สมัยที่มีชาวมัวร์อพยพเข้ามาอยู่ในโปรตุเกสในช่วงศตวรรษที่ 15 โน่นแน่ะ ต่อมาก็มีการเปลี่ยนแปลงผู้ปกครองเมืองพร้อมกับการต่อเติมปราสาทนี้ขึ้นมาใหม่เรื่อยๆ ปราสาทแห่งนี้ก็เลยมีศิลปะของชาวมัวร์แบบดั้งเดิมผสมผสานกับศิลปะแบบ Manueline ปราสาทหลังนี้ถูกใช้เป็นที่อยู่ของกษัตริย์หลายๆ คนของโปรตุเกส จนกระทั่งระบบกษัตริย์ค่อยๆ ล่มสลายไปปราสาทแห่งนี้ก็เลยกลายเป็นสถานที่ท่องเที่ยวให้ชั้นได้มาเที่ยวอยู่นี่แหละ</p>
<p align="justify">ตอนนี้ชั้นจะเดินกลับไปที่สถานีรถไฟแล้วนะแก ระยะทางระหว่าง Sintra national palace ไปสถานีรถไฟก็แค่ประมาณ 1 กิโลเมตร เลยเดินไปดีกว่า ขี้เกียจรอรถ ระหว่างทางก็เดินผ่านอ่างน้ำพุ เรียกว่าอ่านน่ะถูกต้องแล้ว เพราะว่ามันไม่ใช่น้ำพุที่พุ่งออกมาจากใต้ดินแบบสูงๆ ที่เคยเห็นอ้ะ ลองดูในรูปดิ แล้วแกก็ลองคิดดูดิ๊ว่า ชั้นควรจะเรียกเจ้านี่ว่าอะไรดี</p>
<p align="justify"><img border="0" width="388" src="http://i196.photobucket.com/albums/aa119/kaew_l/Lissabon/Sintra4.jpg" height="405" /></p>
<p align="justify">เห็นไอ้กลมๆ ตรงกลางนั่นเปล่า นั่นแหละ มันเคยมีน้ำพุมาก่อน อันนีเป็นบ่อน้ำพุที่สร้างขึ้นมาตั้งแต่สมัยของชาวมัวร์เลยนะ แกว่ามะ มันดูเป็นแบบแขกๆ เนอะ แปลกไปอีกแบบเหมือนกัน ก็เงี้ยแหละนะ ประเทศเค้าอยู่ตรงชายฝั่งมหาสมุทรแอตแลนติก พอข้ามมหาสมุทรไปก็เป็นพวกชาวโมรอคโค สงสัยสมัยไปล่าอาณานิคมก็เลยได้รับอิทธิพลมาเนอะ (ป.ล. อันนี้ชั้นคิดเอาเองนะแก อย่าเชื่อมากนัก) เอาล่ะก่อนกลับไปที่ลิสบอนก็ถ่ายภาพนี้ทิ้งท้ายเมือง Sintra มาให้แกดูเป็นรูปสุดท้ายละกัน</p>
<p align="justify"><img border="0" width="405" src="http://i196.photobucket.com/albums/aa119/kaew_l/Lissabon/Sintra.jpg" height="422" /></p>
<p align="justify">ก็มาถึงสถานีรถไฟใจกลางเมืองลิสบอน ชั้นก็เดินขึ้นเล่นไปเรื่อยๆ ไม่มีอะไรมาก ก็แค่เดินตามถ่ายรูปสวยๆ ที่เห็นเห็นตามโปสดาร์ดที่วางขายตามร้านค้าในตัวเมือง หรือที่เห็นในหนังสือท่องเที่ยว จากสถานีรถไฟชั้นก็เดินตามถนน Avenida daLiberdade ซึ่งเป็นถนนสายที่ชั้นคิดเอาเองว่าใหญ่ที่สุดในลิสบอนขึ้นเนิมาเรื่อยๆ จนมาเจอ Praque Eduardo VII จากมุมนี้ถ้ามองไปทางมหาสมุทรแอตแลนติกก็จะเห็ยสภาพบ้านเมืองบางส่วนของลิสบอน โดยมีมหาสมุทรแอตแลนติกเป็นแบล็คกราวน์ แบบรูปล่างสุดของรูปที่เห็นข้างล่างเนี้ยแหละ</p>
<p align="justify"><img border="0" width="353" src="http://i196.photobucket.com/albums/aa119/kaew_l/Lissabon/Lisbon1.jpg" height="476" /></p>
<p align="justify">น่าเสียดายที่ชั้นมาถึงตอนบ่าย เวลาถ่ายถ่ายรูปก็เลยย้อนแสงนิดหน่อย แกก็จินตนาการเองก็แล้วกันนะว่าด้านหลังที่เห็นเป็นสีฟ้าอ่อนมากๆ นั่นล่ะ มหาสมุทรแอตแลนติก สวนนี้เป็นสวนที่ใหญ่ที่สุดในตัวเมืองลิสบอนเลยนะ แต่ว่ากล้องชั้นเก็บรูปมาให้แกดูไม่หมดอ้ะ ขด้านหญ้าของสนามหญ้าก็มีทางเดินเล็กๆ ทั้งสองข้าง เค้าสร้างให้ดูสมมาตรน่ะ เนี่ยว่านะ ตอนหน้าร้อนต้องมีหนุ่มๆ สาวๆ ออกมานอนอาบแดดกันตรึมแน่ๆ เลยอ้ะ น่าเสียดายจังมาหน้าหนาว สวนเลยโล่งโหลงเหลงอดดูชายหนุ่มมานอนอาบแดด เออ แกรู้เปล่าว่า ชื่อของสวนนี้เป็นชื่อของกศัตริย์ของอังกฤษเชียวนะ เป็นกษัตริย์ที่แวะมาเที่ยวเมืองลิสบอนเมื่อตอนปี 1903 โน่นแน่ะ ส่วนอีก 2 รูปที่อยู่ข้างบนก็ไม่รู้ว่าเป็นอะไร เห็นสวยดี ตั้งอยู่ใกล้ๆ กับจุดที่ยืนอยู่ เลยถ่ายมาแบ่งกันดู</p>
<p align="justify">&nbsp;</p>
<p align="justify"><img border="0" align="left" width="263" src="http://i196.photobucket.com/albums/aa119/kaew_l/Lissabon/Lisbon4.jpg" height="576" />จะเดินถนนสายเดิมกลับเข้าเมืองล่ะนะ พอใกล้ๆ จะถึงตัวเมืองก็เห็นลานกว้างๆ ก็เลยไปยืนกลางลาน แล้วก็หมุนรอบตัว ถ่ายทุกมุมมาให้แกดู รูปแรกก็เป็นมุมมองที่จะเห็นบ้านเรือยที่ตั้งอยู่บนเนินเขาของเมืองลิสบอน เห็นต้นไม้สีเขียวๆ นั่นมั้ยล่ะ ตรงนั้นก็ที่เมืองวานชั้นเดินขึ้นไปดูวิวแล้วถ่ายรูปมาให้แกดู</p>
<p align="justify">&nbsp;</p>
<p align="justify">&nbsp;</p>
<p align="justify">ส่วนรูปกลางก็เป็นรูปน้ำพุที่ตั้งเด่นอยู่กลางลานกว้าง</p>
<p align="justify">&nbsp;</p>
<p align="justify">&nbsp;</p>
<p align="justify">&nbsp;</p>
<p align="justify">รูปที่สามก็มีธงชาติโปรตุเกสอยู่ตรงกลาง มีน้ำพุอันจิ๋วด้วย ไม่รู้ว่าสร้างเป็นอนุสรณ์อะไรรึเปล่า ห้ามถาม ดูรูปอย่างเดียวพอ</p>
<p align="justify">&nbsp;</p>
<p align="justify">&nbsp;</p>
<p align="justify">&nbsp;</p>
<p align="justify">เดินเล่นต่อไปที่แถวๆ เขต Alfama จริงๆ แล้วเมื่อวานก็ไปเดินมาแล้ว แต่เห็นว่าแดดยังดี เวลายังเหลือ ไม่รู้จะไปไหน ก็เลยไปเดินเล่นอีกรอบก่อนกลับโรงแรม เอารูปนี้ไปดูก็แล้วกันนะ แล้วเจอชึ้นจะเขียนเล่าเรื่องของวันพรุ่งนี้ต่อในจดหมายฉบับนี้นี่แหละ</p>
<p align="justify"><img border="0" width="479" src="http://i196.photobucket.com/albums/aa119/kaew_l/Lissabon/Lisbon2.jpg" height="384" /></p>
<p align="justify">&nbsp;</p>
<p align="justify">วันสุดท้ายของทริป (27 ธันวาคม)</p>
<p align="justify">เฮ้อ วันนี้เป็นวันสุดท้ายที่ชั้นจะได้เที่ยวลิสบินแล้วนะแก โชคดีชะมัดมาถึงที่นี่อากาศดีทุกวันเลย ตัดสินใจถูกจริงๆ ที่หนีเย็นมาพึ่งร้อนที่นี่ วันนี้ตื่นขึ้นมาชั้นก็จัดการเก็บข้าวเก็บของลงกระเป๋าให้เรียบร้อย กินข้าวเช้า แล้วก็เชคเอ๊าท์ เอากระเป๋าลงมาฝากที่ Reception ก่อนที่จะออกไปเดินเล่นทิ้งท้ายอีกรอบ จริงๆ ก็เที่ยวหมดแล้วล่ะแก แต่ว่าจะให้รออยู่ที่โรงแรมเฉยๆ จนถึงบ่ายสองก็เบื่อตายเลย ออกมาเดินดีกว่า เพราะเดี๋ยวก็ต้องไปนั่งจุ้มปุ๊กอยู่บนเครื่องบินอีกเกือบ 5 ชั่วโมง</p>
<p align="justify">เอ่อ&#8230; จริงๆ แล้ววันนี้ก็ไม่มีอะไรจะเล่าอ้ะ นี่ไงล่ะ สาเหตุที่ชั้นเก็บเอาเรื่องราวของเมื่อวานมาเขียนรวบยอดในจดหมายฉบับนี้ เอารูปไปดูเล่นๆ ก็แล้วกัน</p>
<p align="justify"><img border="0" width="414" src="http://i196.photobucket.com/albums/aa119/kaew_l/Lissabon/Lisbon3.jpg" height="432" /></p>
<p align="justify">มาถึงรูปสุดท้ายละนะ อันนี้เค้าก็ว่าเป็นพระราชวังของพวกแขกอ้ะ ตั้งอยู่บนถนนเส้นเล็กๆ ในย่านแขก (แขกในที่นี้ไม่ใช่แขกแบบอาหรับนะ แต่เป็นแขกโมรอคโคอ้ะ) บนถนนเส้นนี้มีร้านขายอาหารแขกเต็มไปหมด แล้วก็จะมีพวกบริกรมายืนเรียกลูกค้าให้เข้าร้านด้วย แต่กว่าจะหาไอ้พระราชวังแขกที่ว่าเจอก็เดินวนอยู่ตั้งนาน จริงๆ แล้วก็เดินผ่านมาหลายรอบล่ะ แต่ไม่รู้ว่าเป็นที่ท่องเที่ยว เพราะว่าตัวตึกมันก็เป็นแค่ตึกแถวธรรมดาตั้งติดกับร้านอาหารนั่นแหละ ถามคนแถวนั้นตั้งหลายคนกว่าจะเจอ ไปดูรูปพระราชวังแขกปิดท้ายก็แล้วกัน</p>
<p align="justify"><img border="0" width="369" src="http://i196.photobucket.com/albums/aa119/kaew_l/Lissabon/Lisbon5.jpg" height="498" />  </p>
<p align="justify">พระราชวังแขกก็สวยดีเหมือนกันเนอะแกเนอะ ฝาผนังจะประดับประดาไปด้วยกระเบื้องโมเสกหลายสีเต็มไปหมดเลย ไปจริงๆ ล่ะแก ก็ไปส่งจดหมายสามฉบับนี้ให้แกอ่านไง</p>
<p align="justify">ยังก็ขอให้อ่านจดหมายให้สนุก แล้วถ้ามีโอกาศแกจะมาหาชั้นที่เยอรมันบ้างก็ได้นะ ชั้นจะแนะนำที่เที่ยวให้</p>
<p align="justify">บ๊าบ บาย</p>
<p align="justify">ยัยแก้ว</p>
<p align="justify"><!--more--></p>
<br /><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/categories/yaikaew.wordpress.com/21/" /> <img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/tags/yaikaew.wordpress.com/21/" /> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gocomments/yaikaew.wordpress.com/21/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/comments/yaikaew.wordpress.com/21/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/godelicious/yaikaew.wordpress.com/21/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/delicious/yaikaew.wordpress.com/21/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gofacebook/yaikaew.wordpress.com/21/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/facebook/yaikaew.wordpress.com/21/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gotwitter/yaikaew.wordpress.com/21/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/twitter/yaikaew.wordpress.com/21/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gostumble/yaikaew.wordpress.com/21/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/stumble/yaikaew.wordpress.com/21/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/godigg/yaikaew.wordpress.com/21/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/digg/yaikaew.wordpress.com/21/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/goreddit/yaikaew.wordpress.com/21/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/reddit/yaikaew.wordpress.com/21/" /></a> <img alt="" border="0" src="http://stats.wordpress.com/b.gif?host=yaikaew.wordpress.com&amp;blog=1595584&amp;post=21&amp;subd=yaikaew&amp;ref=&amp;feed=1" width="1" height="1" />]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://yaikaew.wordpress.com/2007/11/03/letter-from-lisbon-%e0%b8%89%e0%b8%9a%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88-3/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>4</slash:comments>
	
		<media:content url="http://0.gravatar.com/avatar/817e17d9cb8662446507e1dc9a96641b?s=96&#38;d=identicon&#38;r=G" medium="image">
			<media:title type="html">yaikaew</media:title>
		</media:content>

		<media:content url="http://i196.photobucket.com/albums/aa119/kaew_l/Sintra1-1.jpg" medium="image" />

		<media:content url="http://i196.photobucket.com/albums/aa119/kaew_l/Lissabon/Sintra2.jpg" medium="image" />

		<media:content url="http://i196.photobucket.com/albums/aa119/kaew_l/Lissabon/Sintra5.jpg" medium="image" />

		<media:content url="http://i196.photobucket.com/albums/aa119/kaew_l/Lissabon/Sintra4.jpg" medium="image" />

		<media:content url="http://i196.photobucket.com/albums/aa119/kaew_l/Lissabon/Sintra.jpg" medium="image" />

		<media:content url="http://i196.photobucket.com/albums/aa119/kaew_l/Lissabon/Lisbon1.jpg" medium="image" />

		<media:content url="http://i196.photobucket.com/albums/aa119/kaew_l/Lissabon/Lisbon4.jpg" medium="image" />

		<media:content url="http://i196.photobucket.com/albums/aa119/kaew_l/Lissabon/Lisbon2.jpg" medium="image" />

		<media:content url="http://i196.photobucket.com/albums/aa119/kaew_l/Lissabon/Lisbon3.jpg" medium="image" />

		<media:content url="http://i196.photobucket.com/albums/aa119/kaew_l/Lissabon/Lisbon5.jpg" medium="image" />
	</item>
		<item>
		<title>Letter from Lisbon ฉบับที่ 2</title>
		<link>http://yaikaew.wordpress.com/2007/10/22/letter-from-lisbon-%e0%b8%89%e0%b8%9a%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88-2/</link>
		<comments>http://yaikaew.wordpress.com/2007/10/22/letter-from-lisbon-%e0%b8%89%e0%b8%9a%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88-2/#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 22 Oct 2007 08:55:06 +0000</pubDate>
		<dc:creator>yaikaew</dc:creator>
				<category><![CDATA[Portugal]]></category>
		<category><![CDATA[Travel]]></category>
		<category><![CDATA[Lisbon]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://yaikaew.wordpress.com/2007/10/22/letter-from-lisbon-%e0%b8%88%e0%b8%94%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b8%88%e0%b8%b2%e0%b8%81%e0%b8%a5%e0%b8%b4%e0%b8%aa%e0%b8%9a%e0%b8%ad%e0%b8%99-%e0%b8%89%e0%b8%9a%e0%b8%b1%e0%b8%9a/</guid>
		<description><![CDATA[หวัดดี ชั้นกลับมาเขียนจดหมายถึงแกต่อล่ะนะ โทษทีที่หายหน้าไปซะหลายวัน แกคงไม่ว่าอะไรนะ แต่ชั้นสัญญาว่าชั้นจะเขียนเล่าเรื่องตอนที่ชั้นไปเที่ยวให้แกอ่านให้ครบทุกตอน ไม่ให้มีขนาดตกบกพร่องเลย เริ่มเรื่องกันดีกว่า 25 ธันวาคม 2549 ฮ้าววว ชั้นตื่นแล้วล่ะแก วันนี้ตื่นตั้งแต่ 7 โมงเช้า กะว่าจะไปสวาปามอาหารเช้าของโรงแรมแล้วก็จะได้รีบออกเดินทาง โอ้โห อย่าให้เซด (said) เลยว่ะ อาหารเช้าทำไมมันมากมายขนาดนี้ฟระเนี่ย ก็บอกแล้วว่าโรมแรมนี้หรูที่สุดเท่าที่ชั้นเคยไปเลยไง ก็เลยตื่นตาตื่นตากับอาการเช้าอยู่พอสมควร ห้องอาการก็ดูดี๊ ดูดี จนชั้นต้องเดินนั่งแบบกระมิดกระเมี้ยน ผู้ดีหน่อย เดี๋ยวพนักงานเสริ์ฟเค้าจะว่าเอา พอนั่งปุ๊บนะแก ก็มีพนักงานเดินมาถามว่า &#8220;จะรับชา กาแฟดีคะ&#8221; แต่เด็กดีอย่างชั้นก็สั่งแต่ชอคโกแลตร้อนไปน่ะ หลังจากที่สั่งไปแล้วชั้นก็เดินสำรวจอาหารเช้า มีทั้งแบบขนมปังก้อนแข็งแบบที่มีขายทั่วไปในประเทศเยอรมัน ซึ่งเป็นแบบที่ชั้นคุ้นเคยที่สุด มีทั้งขนมปังแผ่นแบบอเมริกัน แซนวิช นอกจากนั้นก็ยังมีครัวซองต์ ขนมปังลูกเกด พายแบบต่างๆ เดินสำรวจต่อไปอีกด้านหนึ่งก็จะมีข้าวผัดแบบจีน ซุป ไข่ดาว ไข่คน ส่วนมุมเนื้อก็จะมีพวกไว้กรอกรมควันชนิดต่างๆ แฮม เบคอน ไก่ทอด โอย ทำไมมันสารพัดอย่างขนาดนี้เนี่ย พอตักอาหารใส่จานมานั่งที่โต๊ะ พนักงานก็เอาชอคโกแลตร้อนมาเสริ์ฟพอดี แถมสั่งเครื่องดื่มต่อได้อีก ทานอาหารเช้าเสร็จก็ทางผลไม้ล้างปากพอเป็นพิธี เสร็จแล้วก็เตรียมตัวออกเดินทางได้ เพราะนี่ก็เก้าโมงกว่าๆ [...]<img alt="" border="0" src="http://stats.wordpress.com/b.gif?host=yaikaew.wordpress.com&amp;blog=1595584&amp;post=16&amp;subd=yaikaew&amp;ref=&amp;feed=1" width="1" height="1" />]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p align="justify">หวัดดี</p>
<p align="justify">ชั้นกลับมาเขียนจดหมายถึงแกต่อล่ะนะ โทษทีที่หายหน้าไปซะหลายวัน แกคงไม่ว่าอะไรนะ แต่ชั้นสัญญาว่าชั้นจะเขียนเล่าเรื่องตอนที่ชั้นไปเที่ยวให้แกอ่านให้ครบทุกตอน ไม่ให้มีขนาดตกบกพร่องเลย เริ่มเรื่องกันดีกว่า</p>
<p align="justify">25 ธันวาคม 2549</p>
<p align="justify">ฮ้าววว ชั้นตื่นแล้วล่ะแก วันนี้ตื่นตั้งแต่ 7 โมงเช้า กะว่าจะไปสวาปามอาหารเช้าของโรงแรมแล้วก็จะได้รีบออกเดินทาง</p>
<p align="justify">โอ้โห อย่าให้เซด (said) เลยว่ะ อาหารเช้าทำไมมันมากมายขนาดนี้ฟระเนี่ย ก็บอกแล้วว่าโรมแรมนี้หรูที่สุดเท่าที่ชั้นเคยไปเลยไง ก็เลยตื่นตาตื่นตากับอาการเช้าอยู่พอสมควร ห้องอาการก็ดูดี๊ ดูดี จนชั้นต้องเดินนั่งแบบกระมิดกระเมี้ยน ผู้ดีหน่อย เดี๋ยวพนักงานเสริ์ฟเค้าจะว่าเอา พอนั่งปุ๊บนะแก ก็มีพนักงานเดินมาถามว่า &#8220;จะรับชา กาแฟดีคะ&#8221; แต่เด็กดีอย่างชั้นก็สั่งแต่ชอคโกแลตร้อนไปน่ะ หลังจากที่สั่งไปแล้วชั้นก็เดินสำรวจอาหารเช้า มีทั้งแบบขนมปังก้อนแข็งแบบที่มีขายทั่วไปในประเทศเยอรมัน ซึ่งเป็นแบบที่ชั้นคุ้นเคยที่สุด มีทั้งขนมปังแผ่นแบบอเมริกัน แซนวิช นอกจากนั้นก็ยังมีครัวซองต์ ขนมปังลูกเกด พายแบบต่างๆ เดินสำรวจต่อไปอีกด้านหนึ่งก็จะมีข้าวผัดแบบจีน ซุป ไข่ดาว ไข่คน ส่วนมุมเนื้อก็จะมีพวกไว้กรอกรมควันชนิดต่างๆ แฮม เบคอน ไก่ทอด โอย ทำไมมันสารพัดอย่างขนาดนี้เนี่ย พอตักอาหารใส่จานมานั่งที่โต๊ะ พนักงานก็เอาชอคโกแลตร้อนมาเสริ์ฟพอดี แถมสั่งเครื่องดื่มต่อได้อีก ทานอาหารเช้าเสร็จก็ทางผลไม้ล้างปากพอเป็นพิธี เสร็จแล้วก็เตรียมตัวออกเดินทางได้ เพราะนี่ก็เก้าโมงกว่าๆ แล้วล่ะ</p>
<p align="justify"><span id="more-16"></span></p>
<p align="justify">พอออกจากโรงแรมปุ๊บ ชั้นก็เดินไปที่สถานีรถไฟเลยแก วันนี้ไม่หลง เพราะว่าเมื่อวานตอนหลงทางหนแรกก็เดินสำรวจเส้นทางซะชำนาญหมดแล้ว วันนี้เราจะเมือง Sintra กันนะแก เมือง Sintra เนี่ยอยู่ทางตะวันตกเฉียงเหนือของลิสบอนประมาณ 30 กิโลเมตร ถ้านั่งรถไฟจากแถวๆ โรงแรมก็ใช้เวลาประมาณครึ่งชั่วโมงน่ะ เออ แต่ที่นี่ดีนะ ค่ารถไม่แพงเหลย ซื้อตั๋วไปกลับก็ประมาณ 5 ยูโร นั่งรถชมบ้านเมืองเค้าไปเรื่อยๆ แป๊บเดียวก็ถึงแล้ว นี่ๆ รู้เปล่า ระกว่างทางชั้นนั่งรถผ่านสนามฟุตบอลของทีมเบนฟิก้าด้วยล่ะ แต่ว่าแกคงไม่รู้จักหรอก ก็แกไม่ได้ดูบอลนี่เนอะ</p>
<p align="justify">&#8230;</p>
<p align="justify">30 นาทีผ่านไป ไวเหมือนโกหก</p>
<p align="justify">&#8230;</p>
<p align="justify">ตอนนี้ชั้นมาถึงเมืองซินทราแล้วนะ เดินจากสถานีรถไฟแค่ 10 นาทีก็ถึงตัวเมืองแล้วล่ะแก แต่ว่าบรรยากาศในเมืองนี้ทำไมมันช่างเงียบเหงาวังเวงอย่างนี้ฟระ มีนักท่องเที่ยวนับคนได้ ดูเหมือนไม่ใช่เมืองท่องเที่ยวสำคัญที่ในหนังสือแนะนำให้มาเลยอ้ะ ในหนังสือบอกว่า เมืองนี้เนี่ยเป็นเมืองแห่งการนั่งรถตระเวณชมปราสาท พระราชวังเลยนะ เค้าว่ามีปราสาทให้ชมทั่วเมืองเลย แต่ที่เด่นๆ ที่ชั้นอยากจะไปก็ คือ Palacio de Pena แต่ว่าจากในตัวเมืองเนี่ย ต้องนั่งรถออกไปอีกประมาณ 20 นาที ชั้นก็เลยเดินไปรอรถที่ป้ายรถเมล์ แต่&#8230; รอแล้วรอเล่า ไม่เห็นใครมายืนรอรถเมลล์เป็นเพื่อนชั้นเลย มันผิดปกติเมืองท่องเที่ยวนะเนี่ย ก็เลยตัดสินใจเดินไปถามร้านขายของฝั่งตรงข้าม ปรากฏว่า &#8230; วันนี้ปราสาทมันปิด แล้วมันเป็นวันหยุด ไม่มีรถแล่น แป่วววววววว &#8230; เอาแล้วมั๊ยล่ะ ความซวยมาเยือนตั้งแต่เช้า โธ่ ตรูอุตส่าห์ถ่อสังขารมา แล้วจะทำยังไงดีเนี่ย แต่ก็เอาวะ ไหนๆ ก็ (เสียค่ารถไฟ) มาถึงที่นี่แล้ว เดินเที่ยวซักหน่อยก็แล้วกัน แล้วค่อยนั่งรถกลับไปเที่ยวที่ลิสบอนตอนบ่าย แล้วถ้าพรุ่งนี้มีรถวิ่ง ค่อยมาอีกรอบก็ได้ฟระ (เล่ามาถึงตอนนี้ก็เริ่มหงุดหงิดขึ้นเล็กน้อย)</p>
<p align="justify">เดินเล่นได้ซักพัก ชักเริ่มเบื่ออ้ะแก เพราะว่าคนมันดูโหวงเหวงไปหมด เลยตัดสินใจนั่งรถกลับตัวเมืองลิสบอน เอาเป็นว่าวันพรุ่งนี้ชั้นจะไปเที่ยวที่เมืองซินทราเผื่อแกอีกรอบแล้วกันนะ</p>
<p align="justify">พอมาถึงตัวเมืองลิสบอนชั้น ชั้นก็ต้องเริ่มกางหนังสือนำเที่ยวอีกรอบ ดูซิว่าเค้าแนะนำให้ไปไหนบ้าง กวาดสายตาอ่าน 1 รอบ อ้อ เค้าแนะนำให้ไปเดินในเขต Alfama ซึ่งเป็นเขตเมืองเก่ามากๆ ของลิสบอน เส้นทางการเดินก็จะเป็นทางขึ้นเขาซะเป็นส่วนใหญ่ แต่ก็ไม่หนักหนาสาหัสสากรรจ์มากเท่าไหร่หรอก ขาไปเดินขึ้น ขากลับก็ต้องเดินลง ก็แบบว่า ลำบากในวันนี้เพื่อสบายในวันหน้าไงแก เดินขึ้นแป๊บเดียวก็เห็นโบสถ์นี้ตั้งเด่นเป็นสว่าอยู่ ตอนแรกก็ไม่ได้คิดอะไร เพราะว่าดูโบสถ์ก็ธรรมด๊า ธรรมดา แต่เห็นนักท่องเที่ยวหยุดถ่ายรูปกันเยอะ ก็เลยเอาซะหน่อย</p>
<p align="justify"><img border="0" align="left" width="470" src="http://i196.photobucket.com/albums/aa119/kaew_l/Lissabon/kirche1.jpg" height="593" style="width:335px;height:445px;" /></p>
<p align="justify">&nbsp;</p>
<p align="justify">&nbsp;</p>
<p align="justify">&nbsp;</p>
<p align="justify">โบสถ์ Se Patriarcal เป็นโบสถ์ที่เก่าที่สุดของเมืองลิสบอนเลยนะ สร้างขึ้นมาตั้งแต่สมัย ค.ศ.ที่ 12 แน่ะ แต่เดิมที่ตรงนี้เนี่ย เป็นที่ตั้งของสุเหร่า แต่พอยุคของมุสลิมในลิสบอนเสื่อมลง สุเหร่าก็ถูกทำลาย แล้วก็สร้างโบสถ์นี้ขึ้นมาแทน</p>
<p align="justify">&nbsp;</p>
<p align="justify">&nbsp;</p>
<p align="justify">&nbsp;</p>
<p align="justify">&nbsp;</p>
<p align="justify">&nbsp;</p>
<p align="justify">&nbsp;</p>
<p align="justify">&nbsp;</p>
<p align="justify">จากโบสถ์นี้ก็เดินมาขึ้นเนินมาเรื่อยๆ ก็จะเจอจุดชมวิว ที่จะเห็นสภาพบ้านเมืองของลิสบอนแล้วก็มีแบล๊คกราวด์เป็นมหาสมุทรแอตแลนติกในมุมสูงแบบนี้ล่ะแก สวยใช่มั้ยล่ะ</p>
<p align="justify"><img border="0" align="middle" width="770" src="http://i196.photobucket.com/albums/aa119/kaew_l/Lissabon/alfama1.jpg" height="513" style="width:476px;height:347px;" /></p>
<p align="justify">ชั้นใช้เวลายืนโพสต์ท่าถ่ายรูปอยู่ตรงนี้เป็นนานสองนานเลยนะแก บรรยากาศตรงนี้ดีมากเลย ถึงแม้ว่าจะมีนักท่องเที่ยวเยอะไปซะหน่อยก็เถอะ แต่ก็ยังพอทำเป็นลืมๆ ไปได้บ้าง เพราะว่า มีศิลปินข้างถนนมาเล่นดนตรีแล้วก็ร้องเพลงให้ฟังเพลินๆ เลยไปคุยกับเค้าซะหน่อย ถามไปถามมา ปรากฏว่าเป็นชาวเยอรมันมาเที่ยวลิสบอน แต่เป็นไงมาไงไม่รู้ มาบอกชั้นว่าทำของหาย เลยต้องมาเล่นดนตรีหาเงินประมาณนี้แหละ จากมุมที่ชั้นยืนอยู่ตรงนี้ ถ้าหันหน้าไปทางซ้ายนิดหนึ่ง ก็จะไม่เห็นมหาสมุทรแล้วล่ะ แต่จะเห็นตึกหอคอยคู่ตั้งอยู่บนเนินเขาแบบนี้</p>
<p align="justify"><img border="0" align="middle" width="1" src="http://i196.photobucket.com/albums/aa119/kaew_l/Lissabon/1-1.jpg" height="1" /><img border="0" align="middle" width="683" src="http://i196.photobucket.com/albums/aa119/kaew_l/Lissabon/1-1.jpg" height="550" style="width:504px;height:398px;" /></p>
<p align="justify">จริงๆ แล้วตึกที่ว่ามันคืออะไรชั้นก็ไม่รู้หรอก แกอย่าเพิ่งมาว่าชั้นนะ ชั้นขี้เกียจอ่านอ้ะ แล้วก็หาไม่เจอด้วย แค่เห็นว่ามันสวยดีเฉยๆ ก็เลยถ่ายรูปมาฝากแกน่ะ เผื่อว่าแกจะอยากมาเที่ยวที่นี่บ้าง ในความรู้สึกของชั้นเนี่ยนะ ลิสบอนเป็นเมืองหลวงที่มีอะไรแตกต่างไปจากเมืองหลวงอื่นๆ ของยุโรปอย่างเบอร์ลิน หรือว่าปารีสเยอะเหมือนกันนะแก โดยเฉพาะอย่างยิ่งความแตกต่างทางวัฒนธรรม สังเกตจากสิ่งปลูกสร้างส่วนใหญ่จะการผสมผสานศิลปะแบบ Moorish ซึ่งเป็นของชนเผ่า Moor ที่นับถือศาสนาอิสลามแล้วย้ายข้ามเขตจากประเทศโมรอคโคมาอย่ในแถบสเปนและโปรตุเกสเมื่อนานมาแล้ว เอาล่ะ ถ้าจะให้เล่าต่อแบบลึกๆ ชั้นก็ไม่ค่อยรู้เรื่องหรอกนะ เดี๋ยวพาแกเดินไปจุดชมวิวต่อดีกว่า</p>
<p align="justify"><img border="0" align="middle" width="600" src="http://i196.photobucket.com/albums/aa119/kaew_l/Lissabon/2.jpg" height="486" style="width:501px;height:412px;" /></p>
<p align="justify">ชมวิวกันพอหอมปากหอมคอแล้วนะ เดี๋ยวชั้นจะพาแกไปเดินเล่นที่ Castle of Sao Jorge ซึ่งตั้งอยู่บนเนินเขาสูงที่สุดใจกลางเมืองลิสบอน แต่ว่าเดินจากตรงที่ชั้นยืนอยู่นี่ไปก็ไม่ไกลเท่าไหร่หรอก</p>
<p align="justify"><img border="0" align="left" width="600" src="http://i196.photobucket.com/albums/aa119/kaew_l/Lissabon/3.jpg" height="479" style="width:436px;height:337px;" /></p>
<p align="justify">&nbsp;</p>
<p align="justify">&nbsp;</p>
<p align="justify">นี่ไง Castle de Sao Jorge (ไอ้ที่เป็นตึกหินๆ ที่อยู่บนเนินเขานั่นแหละ) อันนี้เป็นมุมที่มองมาจากตัวเมืองลิสบิน ชั้นมาให้แกดู แกจะได้นึกภาพออกว่า ไอ้เจ้าปราสาทนี้มันอยู่สูงขนาดไหน</p>
<p align="justify">&nbsp;</p>
<p align="justify">&nbsp;</p>
<p align="justify">&nbsp;</p>
<p align="justify">&nbsp;</p>
<p align="justify">&nbsp;</p>
<p align="justify">ปราสาทอันนี้ก็เป็นอีกตัวอย่างหนึ่งของสิ่งก่อสร้างแบบ Moorish จริงๆ แล้วปราสาทนี้มีตั้งแต่สมัยโรมันโน่นแน่ะ (แกลองสังเกตดูซิว่า ถ้าสิ่งก่อสร้างที่ทำจากหินก้อนใหญ่ๆ น่ะ ส่วนมากจะสร้างมาตั้งแต่สมัยโรมันทั้งนั้นแหละ) แต่ในสมัยศตวรรษที่ 12-13 ชาว Moor ก็ได้มาตั้งรกรากที่นี่ แล้วก็มีการก่อสร้างเพิ่มเติมจนกลายเป็นศิลปะแบบ Moorish อย่างทุกวันนี้</p>
<p align="justify">&nbsp;</p>
<p align="justify"> <img border="0" align="right" width="450" src="http://i196.photobucket.com/albums/aa119/kaew_l/Lissabon/4.jpg" height="602" style="width:320px;height:408px;" /></p>
<p align="justify">ปราสาทแห่งนี้เนี่ยเป็นที่อยู่ของกษัตริย์โปรตุเกสในสมัยนั้นจนกระทั่งปี ค.ศ. 1511 ก็ได้เปลี่ยนไปใช้เป็นป้อมปราการสำหรับเก็บอาวุธปืน และใช้เป็นที่คุมขังนักโทษ ชั้นว่ากษัตริย์ไม่น่าจะมาอยู่ที่นี่ได้เลยนะแก แกลองเปรียบเที่ยบที่นี่กับพระราชวังแวร์ซายส์ หรือปราสาทนอยชวานชไตน์ดูดิ ที่นี่มีแต่หินเป็นไปหมด ดูไม่ค่อยมีความงดงามอลังการเท่าไหร่เลยอ้ะ ชั้นว่าเปลี่ยนมาใช้เป็นป้อมปราการนี่เป็นความคิดที่ดีมากเลยล่ะ</p>
<p align="justify">เออ แต่แปลกแฮะที่วันนี้ปราสาทนี้กลับเปิดให้เข้ามาชมฟรี ทั้งๆ ที่สถานที่ท่องเที่ยวที่อื่นปิดหมด แหมมมมม ในความโชคร้าย ก็ยังมีความโชคดีให้เห็นบ้างนะเนี่ย ก็ไม่ถือว่าเลวร้ายเกินไป แกว่ามั้ย</p>
<p align="justify">&nbsp;</p>
<p align="justify">&nbsp;</p>
<p align="justify">&nbsp;</p>
<p align="justify">&nbsp;</p>
<p align="justify">&nbsp;</p>
<p align="justify">ชั้นก็เดินชมปราสาทไปเรื่อยๆ แหละแกตามปราสาคนไม่มีอะไรจะทำ เพราะว่าที่นี่ก็เป็นโปรแกรมสุดท้ายของวันนี้แล้ว จะให้กลับที่พักเลยก็ยังไม่อยากกลับ กลับไปก็ไม่มีอะไรทำ สู้เดินเล่นไปเรื่อยๆ ดีกว่า ชั้นเข้าไปเดินภายในป้อมาเหลี่ยมที่เห็นในรูปข้างบนมาด้วยนะแก ภายในก็มีการเจาะหน้าต่างเอาไว้ สงสัยเอาไว้ส่องข้าศึกที่จะมาบุกรุกซะละมั้ง ชั้นเลยลองมองลอดหน้าต่างออกไปดูบ้าง ตอนนี้ไม่มีข้าศึกแล้วล่ะแก มีแต่วิวสวยๆ แบบนี้</p>
<p align="justify"><a onclick="return mugicPopWin(this,event);" oncontextmenu="mugicRightClick(this);" href="http://i196.photobucket.com/albums/aa119/kaew_l/Lissabon/lissabon4.jpg"><img border="0" align="middle" width="392" src="http://i196.photobucket.com/albums/aa119/kaew_l/Lissabon/lissabon4.jpg" height="663" style="width:346px;height:526px;" /></a></p>
<p align="justify">ปราสาทแห่งนี้สร้างขึ้นบนเนื้อที่กว่า 6000 ตารางเมตรเลยนะแก ถ้าลงจากกำแพงปราสาทมาเดินบนพื้นราบของปราสาทบ้างก็จะเจอนักดนตรีมาเป่าฟลุตให้ฟัง พร้อมทั้งขายซีดีด้วย เพราะดีเหมือนกัน มีคนมานั่งเล่นฟังเพลงเย็นๆ ใจเยอะทีเดียว บางส่วนก็มีหินก่อนใหญ่ๆ ตั้งไว้เป็นที่นั่งใต้ร่มเงาไม้แหละแก ไม่รู้ว่าเค้าเพิ่งเอามาตั้ง หรือมีมานั่งแต่สมัยก่อนแล้ว เฮ้อ นี่ก็เย็นมากแล้วล่ะ ทิ้งท้ายปราสาท Sao de Jorge ด้วยรูปนี้แล้วกัน</p>
<p align="justify"><img border="0" align="middle" width="481" src="http://i196.photobucket.com/albums/aa119/kaew_l/Lissabon/Sao-Jorge1.jpg" height="663" style="width:342px;height:497px;" /></p>
<p align="justify">วันนี้ในตัวเมืองครึกครื้นดีอ้ะแก สงสัยว่าเป็นวันคริสมาสพอดีมั้ง เค้าเลยเลยมีการปีดับประดาถนนสายต่างๆ ด้วยไฟรูปร่างสวยงาม ส่วนใหญ่ก็จะเป็นรูปดาว รูปกระดิ่ง ซึ่งก็เป็นรูปทั่วๆ ไปของเทศกาลคริสนั่นแหละนะ ก็ทิ้งท้ายเมืองลิสบอนด้วยสองรูปนี้แล้วกันนะ เดี๋ยวชั้นไปหาอะไรกินก่อนดีกว่า แล้วพรุ่งนี้ช่วยชั้นภาวนาให้ปราสาทในเมืองซินทราเปิดดด้วยนะ จะได้พาแกไปเที่ยวด้วยไง</p>
<p align="justify"><img border="0" vspace="5" align="left" width="452" src="http://i196.photobucket.com/albums/aa119/kaew_l/Lissabon/lissabon7.jpg" height="663" style="width:253px;height:373px;" /></p>
<p align="justify"><img border="0" align="right" width="452" src="http://i196.photobucket.com/albums/aa119/kaew_l/Lissabon/lissabon6.jpg" height="663" style="width:263px;height:380px;" /></p>
<br /><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/categories/yaikaew.wordpress.com/16/" /> <img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/tags/yaikaew.wordpress.com/16/" /> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gocomments/yaikaew.wordpress.com/16/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/comments/yaikaew.wordpress.com/16/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/godelicious/yaikaew.wordpress.com/16/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/delicious/yaikaew.wordpress.com/16/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gofacebook/yaikaew.wordpress.com/16/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/facebook/yaikaew.wordpress.com/16/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gotwitter/yaikaew.wordpress.com/16/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/twitter/yaikaew.wordpress.com/16/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gostumble/yaikaew.wordpress.com/16/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/stumble/yaikaew.wordpress.com/16/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/godigg/yaikaew.wordpress.com/16/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/digg/yaikaew.wordpress.com/16/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/goreddit/yaikaew.wordpress.com/16/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/reddit/yaikaew.wordpress.com/16/" /></a> <img alt="" border="0" src="http://stats.wordpress.com/b.gif?host=yaikaew.wordpress.com&amp;blog=1595584&amp;post=16&amp;subd=yaikaew&amp;ref=&amp;feed=1" width="1" height="1" />]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://yaikaew.wordpress.com/2007/10/22/letter-from-lisbon-%e0%b8%89%e0%b8%9a%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88-2/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
	
		<media:content url="http://0.gravatar.com/avatar/817e17d9cb8662446507e1dc9a96641b?s=96&#38;d=identicon&#38;r=G" medium="image">
			<media:title type="html">yaikaew</media:title>
		</media:content>

		<media:content url="http://i196.photobucket.com/albums/aa119/kaew_l/Lissabon/kirche1.jpg" medium="image" />

		<media:content url="http://i196.photobucket.com/albums/aa119/kaew_l/Lissabon/alfama1.jpg" medium="image" />

		<media:content url="http://i196.photobucket.com/albums/aa119/kaew_l/Lissabon/1-1.jpg" medium="image" />

		<media:content url="http://i196.photobucket.com/albums/aa119/kaew_l/Lissabon/1-1.jpg" medium="image" />

		<media:content url="http://i196.photobucket.com/albums/aa119/kaew_l/Lissabon/2.jpg" medium="image" />

		<media:content url="http://i196.photobucket.com/albums/aa119/kaew_l/Lissabon/3.jpg" medium="image" />

		<media:content url="http://i196.photobucket.com/albums/aa119/kaew_l/Lissabon/4.jpg" medium="image" />

		<media:content url="http://i196.photobucket.com/albums/aa119/kaew_l/Lissabon/lissabon4.jpg" medium="image" />

		<media:content url="http://i196.photobucket.com/albums/aa119/kaew_l/Lissabon/Sao-Jorge1.jpg" medium="image" />

		<media:content url="http://i196.photobucket.com/albums/aa119/kaew_l/Lissabon/lissabon7.jpg" medium="image" />

		<media:content url="http://i196.photobucket.com/albums/aa119/kaew_l/Lissabon/lissabon6.jpg" medium="image" />
	</item>
		<item>
		<title>Letter from Lisbon ฉบับที่ 1</title>
		<link>http://yaikaew.wordpress.com/2007/10/21/letter-from-lisbon-%e0%b8%88%e0%b8%94%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b8%88%e0%b8%b2%e0%b8%81%e0%b8%a5%e0%b8%b4%e0%b8%aa%e0%b8%9a%e0%b8%ad%e0%b8%99/</link>
		<comments>http://yaikaew.wordpress.com/2007/10/21/letter-from-lisbon-%e0%b8%88%e0%b8%94%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b8%88%e0%b8%b2%e0%b8%81%e0%b8%a5%e0%b8%b4%e0%b8%aa%e0%b8%9a%e0%b8%ad%e0%b8%99/#comments</comments>
		<pubDate>Sun, 21 Oct 2007 08:42:47 +0000</pubDate>
		<dc:creator>yaikaew</dc:creator>
				<category><![CDATA[Portugal]]></category>
		<category><![CDATA[Travel]]></category>
		<category><![CDATA[Lisbon]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://yaikaew.wordpress.com/2007/10/21/letter-from-lisbon-%e0%b8%88%e0%b8%94%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b8%88%e0%b8%b2%e0%b8%81%e0%b8%a5%e0%b8%b4%e0%b8%aa%e0%b8%9a%e0%b8%ad%e0%b8%99/</guid>
		<description><![CDATA[24 ธันวาคม 2549 สวัสดีจ้า เพื่อนๆ เฮ้ออออออออ หลังจากที่นั่งหลังขดหลังแข็งบนเครื่องบินมากว่า 4 ชั่วโมง (จะมีเวลายืดแข้งยืดขาก็เพียงช่วงระหว่างรอเปลี่ยนเครื่องบินเท่านั้น) เราก็มาถึงที่สนามบินแห่งกรุงลิสบอน ประเทศโปรตุเกสตอนเกือบๆ เที่ยง เป็นการเดินทางที่ทรหดดีเหมือนกันนะ ออกจากบ้านตั้งแต่ตีสามกว่าๆ เพื่อเดินทางมาขึ้นรถไฟที่สนามบินที่เมืองโคโลญจ์ตอนเจ็ดโมงเช้า รวมเวลาทั้งสิ้นก็กว่าแปดชั่วโมงเลยนะแก พอมาถึงสนามบินร้บกระเป๋าเดินทางเรียบร้อย ก็มีปัญหาอีกนั่นแหละ ว่าจะไปรอรถที่ทางบริษัทขายตั๋วบอกว่าจะมารับที่ไหนดี ก็เลยโทรไปถามทางโรงแรม ปรากฏว่า เค้าไม่มีบริการรับส่ง ที่นี้ก็เลยซวยสิแก ไม่รู้ว่าจะไปโรงแรมยังไงดี ไปถามที่ Information center ของสนามบิน เค้าก็บอกชั้นมาว่า ไปรถเมล์อ้ะลำบาก ไปแท๊กซี่ดีกว่า ค่ารถแท๊กซี่ประมาณ 18 ยูโร พอได้ยินอย่างนั้น ชั้นก็กุลีกุจอไปเรียนแท๊กซี่ บอกเค้าว่าไปโรงแรม Mariot ราคาประมาณเท่าไหร่ ไอ้คนขับแท๊กซี่มันก็ทำท่าคิดนะแก แล้วมันก็ตอบมาว่า 15 ยูโร ตอนนั้นก็นึกในใจว่า เออ ถูกดีแฮะ ก็เลยตัดสินใจไป แต่พอมาถึงหน้าโรงแรม ไอ้เจ้ามิเตอร์มันดันขึ้นว่า 8 ยูโรกว่าๆ ไม่เห็นถึง 15 ยูโรเลย [...]<img alt="" border="0" src="http://stats.wordpress.com/b.gif?host=yaikaew.wordpress.com&amp;blog=1595584&amp;post=14&amp;subd=yaikaew&amp;ref=&amp;feed=1" width="1" height="1" />]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>24 ธันวาคม 2549</p>
<p>สวัสดีจ้า เพื่อนๆ</p>
<p align="justify">เฮ้ออออออออ หลังจากที่นั่งหลังขดหลังแข็งบนเครื่องบินมากว่า 4 ชั่วโมง (จะมีเวลายืดแข้งยืดขาก็เพียงช่วงระหว่างรอเปลี่ยนเครื่องบินเท่านั้น) เราก็มาถึงที่สนามบินแห่งกรุงลิสบอน ประเทศโปรตุเกสตอนเกือบๆ เที่ยง เป็นการเดินทางที่ทรหดดีเหมือนกันนะ ออกจากบ้านตั้งแต่ตีสามกว่าๆ เพื่อเดินทางมาขึ้นรถไฟที่สนามบินที่เมืองโคโลญจ์ตอนเจ็ดโมงเช้า รวมเวลาทั้งสิ้นก็กว่าแปดชั่วโมงเลยนะแก</p>
<p align="justify">พอมาถึงสนามบินร้บกระเป๋าเดินทางเรียบร้อย ก็มีปัญหาอีกนั่นแหละ ว่าจะไปรอรถที่ทางบริษัทขายตั๋วบอกว่าจะมารับที่ไหนดี ก็เลยโทรไปถามทางโรงแรม ปรากฏว่า เค้าไม่มีบริการรับส่ง ที่นี้ก็เลยซวยสิแก ไม่รู้ว่าจะไปโรงแรมยังไงดี ไปถามที่ Information center ของสนามบิน เค้าก็บอกชั้นมาว่า ไปรถเมล์อ้ะลำบาก ไปแท๊กซี่ดีกว่า ค่ารถแท๊กซี่ประมาณ 18 ยูโร พอได้ยินอย่างนั้น ชั้นก็กุลีกุจอไปเรียนแท๊กซี่ บอกเค้าว่าไปโรงแรม Mariot ราคาประมาณเท่าไหร่ ไอ้คนขับแท๊กซี่มันก็ทำท่าคิดนะแก แล้วมันก็ตอบมาว่า 15 ยูโร ตอนนั้นก็นึกในใจว่า เออ ถูกดีแฮะ ก็เลยตัดสินใจไป</p>
<p align="justify"><span id="more-14"></span></p>
<p align="justify">แต่พอมาถึงหน้าโรงแรม ไอ้เจ้ามิเตอร์มันดันขึ้นว่า 8 ยูโรกว่าๆ ไม่เห็นถึง 15 ยูโรเลย ชั้นก็จ่ายเงินมันไปแค่ 10 ยูโร มันก็บอกว่าตกลงกันไว้ 15 ยูโร ชั้นก็เลยเถียงว่า แต่มิเตอร์มันแค่ 8 ยูดรกว่าๆ เองนะ มันดั๊นนนนนบอกว่า ต้องคิดเพิ่มจากมิเตอร์ เพราะว่าวันนี้เป็นวันหยุดพิเศษ บรา บราๆๆๆ มันพูดพล่ามอะไรของมันต่อก็ไม่รู้ล่ะแก ไม่ทันได้ฟัง เพราะว่าภาษาอังกฤษมันก็ดีจนชั้นฟังไม่ออก ก็เลยตัดสินใจจ่ายมันไป 15 ยูโร หารสองก็คนละ 7.5 ยูโร ราคาไม่แพงเท่าในเยอรมันหรอกแก แต่ว่าชั่นเจ็บใจว่ะที่โดนหลอกซะได้</p>
<p align="justify">พอเข้าโรงแรม โอ้โห หรูน่าดูเลยว่ะแก ส่วน Reception กว้างขวาง โอ่อ่าดีจริง ชั้นไม่เคยไปพักโรมแรมที่ดูหรูอย่างนี้มาก่อนเลยนะแก อย่างดีก็แค่ไปพักแบบ Pension, Guesthouse หรือ B&amp;B ที่มันถูกเข้าว่า แต่โรงแรมนี้นี่แบบว่าห้องนอนก็เตียงเบ้อเริ่มเทิ่ม มีเก้าอี้คล้ายๆ โซฟา มีโต๊ะเขียนหนังสือ ตู้เย็น โต๊ะปลายเตียง ชั้นว่า มันก็เหมือนกันโรงแรมทั่วๆ ไปนั่นแหละแก แต่ว่าตั้งแต่เที่ยวต่างประเทศแบบเที่ยวกันเองมาก็หลายที่ ชั้นยังไม่เคยเจออย่างนี้นี่หว่า ไม่พูดพล่ามทำเพลงล่ะแก เดี๋ยวเสียเวลาเที่ยว ชั้นก็เก็บข้าวเก็บของ แล้วก็ออกเที่ยวเลย เพราะว่าตอนนี้ก็บ่ายโมงกว่าๆ แล้วล่ะ</p>
<p align="justify">แต่แกรู้มั้ยว่า กว่าชั้นจะหาสถานีรถไฟใต้ดินได้นะ ชั้นเดินวนไปวนมาแถวๆ โรงแรม ถามคนนั้นคนนี้ตั้งหลายคน ใช้เวลาเกือบ 1 ชั่วโมงถึงจะได้ขึ้นรถไฟเข้าไปในตัวเมืองลิสบอน ลงจากรถไฟใต้ดินได้ ก็หมุนแผนที่ที่มีอยู่ในเมือไปมาซะหลายรอบกว่าจะดูทิศทางได้ เฮ้อ เหนื่อยใจจริงๆ จะถามใครเค้าก็ไม่กล้าถาม ดูเหมือนว่าคนที่นี่จะพูดภาษาอังกฤษไม่ค่อยได้เลยอ้ะดิ ชั้นจะเลิกบ่นแล้วนะ ต่อไปชั้นจะเป็นคนพาแกเที่ยวบ้างล่ะ แกจะได้ซึมซับบรรยากาศของเมืองหลวงของโปรตุเกสอย่างเมืองลิสบอนไว้บ้าง</p>
<p align="justify">ถ้าจะให้เล่าถึงบรรยากาศตัวเมืองลิสบอนที่ชั้นเห็นนะแก ก็ต้องบอกว่า ตัวเมืองลิสบอนน่ะ อยู่บนเนินเขา โดยมีที่ราบที่เป็นจัตุรัสและพวกร้านชอบปิ้งต่างๆ อยู่ตรงกลาง นอกเหนือจากที่ราบนี้แล้ว บ้านเรือนที่อยู่อาศัย ก็จะอยู่บนเนินเขา สูงๆ ต่ำๆ เรียงรายลดระดับกันไป ถนนในตัวเมือง ถ้าไม่ใช่ถนนเส้นหลักแล้วล่ะก็ จะเป็นถนนเส้นเล็กถึงเล็กมากๆ ตัดผ่านกันเยอะๆ แยะ มีแยกเล็กแยกน้อยเต็มไปหมด กว่าชั้นจะเดินจากสถานีรถไฟใต้ดินใจกลางเมือง (Brixa) มาถึงที่เที่ยวที่อยู่ริมมหาสมุทรได้นะแก เล่นเอางงเต๊กไปหมด อ้อ ชั้นลืมบอกแกไปว่า วันนี้ชั้นจะพาแกเดินเที่ยวริมมหาสมุทรแอตแลนติก (Atlantic ocean) </p>
<p align="justify">สถานที่แรกที่ชั้นเห็นก็นี่เลยแก Praca do Comercio ก็เป็นจตุรัสที่ตั้งอยู่บริเวณชายฝั่งของมหาสมุทรแอตแลนติกนั่นแหละ เดี๋ยวชั้นมาเขียนต่อนะแก ไปหารูปมาให้แกดูด้วยดีกว่า</p>
<p align="justify">&#8230;.</p>
<p align="justify">&#8230;.</p>
<p align="justify">&#8230;.</p>
<p align="justify">ชั้นกลับมาแล้วแก ก็มัวแต่ไปค้นหารูปสวยมาส่งให้แกดูนั่นแหละ นี่ไงรูป Praca do Comerico (Commerce Square) ที่ชั้นเล่าให้แกฟังน่ะ</p>
<p align="justify">&nbsp;</p>
<p align="justify"><img border="0" align="left" width="349" src="http://i196.photobucket.com/albums/aa119/kaew_l/Lissabon/lissabon1.jpg" height="282" /> ไอ้เจ้าลานกว้างๆ น่ะ ก็คือ Praca do Comercio ที่บอกว่าจัตุรัสที่ตั้งอยู่ริมมหาสมุทรแอตแลนติกไง จัตึรัสอันเนี้ย มีอีกชื่อนึงว่า Palace Square ที่เรียกกันอย่างนี้ก็เพราะว่า ในสมัยก่อนบริเวณเป็นที่ตั้งของวัง Pacos da Reibeira (Royal Ribeira Palace) ซึ่งสร้างขึ้นมาตั้งแต่ช่วงต้นศตวรรษที่ 16 แน่ะแก ชาวเมืองลิสบอนเค้าเอาไว้ใช้เป็นสถานที่ต้อนรับแขกบ้านแขกเมืองที่เดินทางมาเยือนโดยทางเรือง แขกบ้านแขกเมืองพวกนี้ ก็จะมาขึ้นฝั่งที่บริเวณแถวๆ นี้แหละ นอกจากนั้นบริเวณนี้ก็ยังใช้เป็นเมืองท่าสำคัญสำหรับขนส่งสินค้าทางเรือจากโปรตุเกสไปยังประเทศอื่นๆ ในทวีปยุโรป หรือว่าทวีปแอฟริกา หรือเอเชียด้วย แต่ว่าโชคร้ายว่ะแก ตอนปี ค.ศ. 1755 ก็ดันเกิดแผ่นดินไหวขึ้นที่นี่ ทำให้วังนี้ถูกถล่มลาบเป็นหน้ากลองเลยนะแก แหม ชั้นเล่าเวอร์ไปรึเปล่าเนี่ย เอาเป็นว่าเสียหายหมดเลยแล้วกัน แล้วก็ไม่ได้มีการสร้างวังขึ้นมาใหม่ ก็เลยเหลือแต่ลานกว้างๆ อย่างที่เห็นในปัจจุบันนั่นแหละ ตอนนี้จัตุรัสแห่งนี้ก็เลยกลายเป็นศูนย์กลางการเดินทางขนส่งอ้ะ แบบว่าเป็นอู่รถประมาณนี้แหละมั้ง คล้ายๆ อนุสาวรีย์ชัยของเรานั่นแหละ</p>
<p align="justify">ไอ้ที่เห็นเป็นกำแพงเหลืองๆ ในรูป ก็คือ กำแพงเมืองของลิสบอนเค้าล่ะ ด้านในกำแพงเมืองก็จะเป็นถนนชอบปิ้ง แต่ชั้นก็ยังไม่ค่อยได้สำรวจอะไรเท่าไหร่ แหม&#8230; ก็เพิ่งมาถึงวันแรกเองนี่นา ไว้วันหลังชั้นจะไปสำรวจแล้วมาเล่าให้แกฟังนะ</p>
<p align="justify">&nbsp;</p>
<p align="justify">&nbsp;</p>
<p align="justify"><img border="0" align="right" width="273" src="http://i196.photobucket.com/albums/aa119/kaew_l/Lissabon/lissabon8.jpg" height="394" />เดี๋ยวชั้นเล่าต่อล่ะนะ แกก็ต้องจินตนาการตามที่ชั้นเล่าไปด้วยนะ เอา เป็นว่า สมมะติว่าตอนนี้แกยืนอยู่ตรงกลางจัตุรัสนะ แล้วก็หันหน้าเข้าหากำแพงเมืองสีเหลืองอยู่ แล้วแกลองกลับหลังหันนะ ด้านหน้าของแกก็จะเป็นจตุรัสเดินนั่นแหละ แต่แกจะไม่เห็นกำแพงสีเหลืองแล้วใช้ม้า แกจะเห็นอนุสาวรีย์ของกษัตริย์ที่เป็นคนสร้างวัง Royal Ribeira ที่ชื่อว่า King Manuel ที่ 1 แล้วแกก็มองไปไกลอีกหน่อยแกก็จะเห็นมหาสมุทรแอตแลนติกที่กัดเซาะเข้ามากลางเป็นแม้น้ำสาบกว้างๆ ที่ผ่าเมืองลิสบอนออกเป็น 2 ฝั่ง เป็นไงล่ะ ในที่สุดแกก็ได้ไปถึงแอตแลนติกเลยนะ แล้วถ้าแกสายตาดี มองไกลไปอีกนิด แกก็จะเห็นตัวเมืองลิสบอนที่อยู่อีกฝั่งนึงของมหาสมุทร</p>
<p align="justify">&nbsp;</p>
<p align="justify">&nbsp;</p>
<p align="justify">&nbsp;</p>
<p align="justify">&nbsp;</p>
<p align="justify">เอาล่ะที่นี้ก็ทำตามที่ชั้นบอกนะ ลองหันหน้าไปทางขวาดูสิ แกจะเห็นสะพานคล้ายๆ สะพานโกลเด้นเกทในอเมริกาอยู่ไกลลิบๆ สะพานนี้เป็นทางรถวิ่งที่เชื่อมเมืองลิสบอน 2 ฝั่งของมหาสมุทรแอตแลนติกเข้าด้วยกัน เดี๋ยวชั้นจะหาทางเดินไปถ่ายสะพานนี้แบบใกล้ๆ มาให้ดูนะ</p>
<p align="justify">โห ดูในแผนที่แล้ว สงสัยเดินไปไม่ไหวว่ะแก ต้องนั่งรถแล้วล่ะ เสียค่ารถไปคนละ 1 ยูโร นั่งรถนานเหมือนกันกว่าจะไปถึงจุดใกล้ๆ สะพาน  เอ้า ถ่ายรูปมาให้ดูล่ะ เป็นยังไงบ้าง สวยรึเปล่า ถ้าไม่สวยมีโกรธนะแก อุตส่าห์เสียตังค์ค่ารถไปถ่ายมาให้ดู</p>
<p align="justify">&nbsp;</p>
<p align="justify"><img border="0" width="567" src="http://i196.photobucket.com/albums/aa119/kaew_l/Lissabon/ponte-25-de-April.jpg" height="280" /><img border="0" width="567" src="http://i196.photobucket.com/albums/aa119/kaew_l/Lissabon/ponte-25-de-April.jpg" height="280" /></p>
<p align="justify">จากสะพานนี้ชั้นก็คงเดินไปเรื่อยๆ อ้ะ แถวๆ นี้ก็มีที่เที่ยวเยอะเหมือนกันน่ะเนี่ย ชั้นเริ่มเดินเลียบทางเดินริมมหาสมุทรไกลออกมาจากสะพานเรื่อยๆ กะว่าจะไปเที่ยวที่ Padrao dos Descobrimentos, Torre de Belem แล้วก็ Mosteiro dos Jeronimos แต่อย่าเพิ่งตกใจไปนะแก ว่าทำไมชั้นเที่ยวเยอะอย่างนี้ ก็ไอ้เจ้าที่เที่ยวสามแห่งที่ว่ามาเนี่ย มันอยู่ใกล้ๆ กันอ้ะ ไปทีเดี่ยวก็เหมือนได้เที่ยว 3 ที่ไง</p>
<p align="justify">กว่าจะเดินจากจุดที่ลงรถไปถ่ายสะพานให้แกดู ชั้นก็เดินจนขาลากเลยแหละกว่าจะมาถึง Padrao dos Descobrimentos อ้อ ตอนนี้ก็สี่โมงกว่าๆ เกือบๆ 5 โมงเย็นล่ะนะ โอย ถ้าเป็นวันนี้ เวลานี้ของเมืองอาเค่นที่ชั้นอยู่ล่ะก็ ป่านนี้แดดหายไปหมดแล้ว แต่ที่นี้นะแก แดดยังแรงอยู่เลย แมยังไม่หนาวมากด้วย อากาศกำลังเย็นสบาย แต่ว่าถ้าแกมา แกต้องบ่นว่าหนาวชะมัดแหงๆ เลย</p>
<p align="justify">Padrao dos Descobrimentos ถือว่าเป็นสถานที่ที่มีชื่อเสียงที่สุดของลิสบอนรึเปล่าก็ไม่รู้นะแก แต่ว่าไอ้เจ้าสิ่งก่อสร้างอันนี้เนี่ย เป็นรูปอยู่บนหน้าปกหนังสือนำเที่ยวลิสบอนเล่มที่ฉันถืออยู่นี้แหละ แล้วก็บนปกของอีกหลายๆ เล่มด้วยนะ เดี๋ยวชั้นอวดรูปก่อน แล้วจะเล่าประวัติให้ฟัง</p>
<p align="justify">&nbsp;</p>
<p align="justify">&nbsp;</p>
<p align="justify"><img align="left" width="395" src="http://i196.photobucket.com/albums/aa119/kaew_l/lissabon2.jpg" height="337" style="margin:0 15px 0 0;" /> Padrao dos Descobrimentos สร้างขึ้นมาในปี 1940 เพื่อเป็นอนุสาวรีย์ระลึกถึงนักเดินทางทางทะเลชาวโปรตุเกส แกก็คงรู้ใช่ม้าว่าในสมัยก่อนน่ะ ชาวโปรตุเกสก็ได้ชื่อว่าเป็นผู้ค้นพบดินแดนใหม่ๆ แล้วก็เป็นนักล่าอาณานิคมเหมือนกัน เค้าก็จะใช้บริเวณแถวๆ นี้แหละ เป็นจุดเริ่มต้นทางเดินทางทางทะเลเพื่อไปสู่ดินแดนแห่งใหม่ ด้วยเหตุผลอันนี้เองไงล่ะ ที่ทำให้อนุสาวรีย์นี้มีรูปรูปเป็นเรือเดินทะเลที่หันหัวเรือออกสู่มหาสมุทร แล้วก็มีรูปปั้นที่เป็นตัวแทนของนักเดินเรือชาวโปรตุเกส แล้วก็ลูกเรือยืนอยู่ทางด้านตะวันตกของอนุสาวรีย์เต็มไปหมดเลย ทีมีชื่อเสียงที่สุดที่ชั้นเคยอ่านเรื่องราวของเค้ามาก็นี่เลย &#8220;วาสโก ดากามา&#8221; (Vasco da Gama) หวังว่าแกก็คงรู้จักนะ</p>
<p align="justify">&nbsp;</p>
<p align="justify"><img width="287" src="http://i196.photobucket.com/albums/aa119/kaew_l/lissabon9.jpg" height="397" style="margin:0 15px 0 0;" /> </p>
<p align="justify">แกเริ่มเบื่อรึที่จะอ่านรึยังเนี่ย ยังไงก็ช่วยทนหน่อยนะ ชั้นยังสนุกกับการได้เล่าเรื่องต่าวๆ ที่ชั้นไปพบเจอมาให้แกอ่านอยู่เลย ชั้นเล่าต่อล่ะนะ</p>
<p align="justify">จากอนุสาวรีย์รูปเรือ ชั้นก็เดินไปมุ่งหน้าไปเรื่อยๆ นั่นแหละ ก็จะไป Torre de Belem ไง เดินมานานสองนานกว่าจะเจอ เฮ้อ ตอนนี้ก็หกโมงกว่าเข้าไปแล้วนะ เริมหิวเหมือนกันนะเนี่ย ตั้งแต่ตีสามตอนออกจากบ้านก็มีวัฟเฟิลกับขนมปังนิดๆ หน่อยๆ ที่แบกมาจากบ้านเอามากินรองท้อง จะแวะกินข้างทางก็มัวแต่ห่วงเที่ยว กลัวพระอาทิตย์ตกแล้วมือจะสั่นเวลาถ่ายรูป เอาล่ะ นี่ไงล่ะ Torre de Belem</p>
<p align="justify"><img align="left" width="301" src="http://i196.photobucket.com/albums/aa119/kaew_l/torre-1.jpg" height="441" style="margin:0 15px 0 0;" /></p>
<p align="justify">&nbsp;</p>
<p align="justify">&nbsp;</p>
<p align="justify">เห็นมั้ยแก หกโมงล่ะ แสงยังสวยอยู่เลยเนอะ เข้าเรื่องดีกว่า Torre de Belem เป็นตึกที่หรือสถาปัตยกรรมที่มีชื่อเสียงที่สุดของลิสบอนเลยนะแก ขอบอก มีลงในหนังสือนำเที่ยวเกือบทุกเล่มเหมือนกัน จนกลายเป็นสัญลักษณ์ของลิสบอนไปแล้ว</p>
<p align="justify">ก็กษัตริย์ King Manuel ที่ 1 อีกนั่นแหละ ที่เป็นคนสั่งให้ดำเนินการสร้าง เพื่อให้เป็นหอคอยเฝ้าระวัง หอคอยแห่งนี้สร้างขึ้นตั้งแต่ปี ค.ศ. 1515 โน่นแน่ะ หอคอยแห่งนี้ยังเป็นสิ่งก่อสร้างเพื่อระลึกถึงยุคของการค้นพบครั้งยิ่งใหญ่ของโปรตุเกสอีกด้วยนะ</p>
<p align="justify">&nbsp;</p>
<p align="justify">&nbsp;</p>
<p align="justify">&nbsp;</p>
<p align="justify">&nbsp;</p>
<p align="justify"><img width="418" src="http://i196.photobucket.com/albums/aa119/kaew_l/torre-2.jpg" height="356" style="margin:0 0 0 15px;" /></p>
<p align="justify">&nbsp;</p>
<p align="justify">เออ แหม ชั้นเกือบลืมไปแน่ะแก Torre de Belem เนี่ย ได้รับยกย่องจากองค์การ UNESCO ให้เป็นมรดกของโลกทางวัฒนธรรมร่วมกับ Mosteiro dos Jeronimos (ไม่ต้องสงสัยว่ามันคืออะไร เดี๋ยวชั้นจะพาแกไปเที่ยวที่นี่ด้วยเหมือนกัน) น่าเสียดายชะมัดเลยแฮะ มีช่วงปีใหม่เป็นช่วงที่สถานที่ท่องเที่ยวส่วยใหญ่ไม่เปิดให้เข้าชมกัน ชั้นก็เลยอดเข้าไปเดินดูภายในหอคอนแห่งนี้เลย แต่ก็นะ ทำไงได้ เลยได้แต่เดินเล่นรอบๆ เนี่ยแหละ พอไม่ได้เข้าไปข้างในก็เลยไม่ค่อยมีข้อมูลอะไรมาเล่าให้แกฟังเลยอ้ะ แย่จัง ชั้นก็เล่าไปเท่าที่ชั้นจะรู้ คงไม่ว่ากันหรอกนะ</p>
<p align="justify">&nbsp;</p>
<p align="justify">นี่ก็เย็นมากแล้วล่ะ ชั้นจะพาแกไปเที่ยวที่สุดท้ายของวันนี้แล้วนะ จาก Torre de Belem ก็กลับหลังหันแล้วก็เดินย้อนกลับทางเดิมเล็กน้อย ก็จะเจอ Mosteiro dos Jeronimos (ที่บอกว่าเป็นมรดกโลกไงล่ะ)</p>
<p align="justify">&nbsp;</p>
<p align="justify"><img align="left" width="393" src="http://i196.photobucket.com/albums/aa119/kaew_l/mosteiro3.jpg" height="334" style="margin:0 20px 0 0;" /> ตึกที่เห็นอยู่นี่แหละ คือ Mosteiro dos Jeronimos โฮะๆๆ สวยใช่มั้ยล่ะ สวยเหมือนพระราชวังเลยเนอะ แต่จริงๆ แล้วเจ้าตึกที่เห็นนี่เป็นเพียงแค่ โบสถ์เท่านั้นนะ แต่ก็ถือได้ว่าเป็นสิ่งก่อสร้างที่สวยงามที่สุดแห่งหนึ่งของโปรตุเกสเหมือนกัน สร้างขึ้นในช่วงต้นศตวรรษที่ 16 อีกล่ะ แล้วก็ใช้เวลาสร้างตั้ง 50 ปีแน่ะ ชั้นว่านะ ในช่วงศตวรรษที่ 15 ถึง 16 คงเป็นช่วงที่โปรตุเกสเจริญสุดๆ เลยล่ะ แกว่ามั้ย เพราะว่าสิ่งก่อสร้างดังๆ สำคัญๆ ก็สร้างขึ้นในช่วงนี้ทั้งนั้นเลยเนอะ</p>
<p align="justify">&nbsp;</p>
<p align="justify"><img align="right" width="282" src="http://i196.photobucket.com/albums/aa119/kaew_l/mosteiro2.jpg" height="414" style="margin:0 0 0 15px;" />ตัวโบสถ์สร้างด้วยหินปูนที่มีสีทองที่หาได้ในท้องถิ่นในสมัยนั้น รอบๆ  ตัวโบสถ์ก็จะมีรูปปั้นประดับปนะดาเต็มไปหมด แต่อย่าถามนะว่าเป็นรูปปั้นอะไร เพราะว่าชั้นก็ไม่รู้เหมือนกัน ถ้าเดาก็คงเป็นรูปปั้นพระหรือนักบวชที่มีชื่อเสียงในสมัยนั้นนั่นแหละ น่าเสียดายอีกล่ะ ที่ชั้นก็อดเข้าไปเดินดูด้านในอีกตามเคย วันนี้ตัวโบสถ์ไม่ปิด แต่ชั้นดันมาถึงตอนเย็นมากแล้วน่ะสิ แล้วใครจะอยู่ต้อนรับกัน ทิ้งท้ายด้วยรูปหน้าโบสถ์ดีกว่านะแก วันนี้ชั้นเหนื่อยแล้ว สงสัยจะตื่นเช้าเกินไป แล้วยังเดินจนปวดเท้าไปหมดเลย แถมยังต้องมาเขียนจดหมายให้แกอ่านจนมือหงิกไปหมด เดี๋ยวนั่งรถใต้ดินกลับไปกินขนมปังที่เอาจากบ้านที่โรงแรมดีกว่า แล้วชั้นจะเขียนจดหมายหาแกทุกวันเลยนะ กู๊ดไนท์จะแก</p>
<p align="justify">&nbsp;</p>
<p align="justify">&nbsp;</p>
<p align="justify">&nbsp;</p>
<p align="justify"><img width="516" src="http://i196.photobucket.com/albums/aa119/kaew_l/mosteiro1.jpg" height="440" /></p>
<p align="justify"><!--more--></p>
<br /><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/categories/yaikaew.wordpress.com/14/" /> <img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/tags/yaikaew.wordpress.com/14/" /> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gocomments/yaikaew.wordpress.com/14/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/comments/yaikaew.wordpress.com/14/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/godelicious/yaikaew.wordpress.com/14/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/delicious/yaikaew.wordpress.com/14/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gofacebook/yaikaew.wordpress.com/14/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/facebook/yaikaew.wordpress.com/14/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gotwitter/yaikaew.wordpress.com/14/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/twitter/yaikaew.wordpress.com/14/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gostumble/yaikaew.wordpress.com/14/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/stumble/yaikaew.wordpress.com/14/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/godigg/yaikaew.wordpress.com/14/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/digg/yaikaew.wordpress.com/14/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/goreddit/yaikaew.wordpress.com/14/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/reddit/yaikaew.wordpress.com/14/" /></a> <img alt="" border="0" src="http://stats.wordpress.com/b.gif?host=yaikaew.wordpress.com&amp;blog=1595584&amp;post=14&amp;subd=yaikaew&amp;ref=&amp;feed=1" width="1" height="1" />]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://yaikaew.wordpress.com/2007/10/21/letter-from-lisbon-%e0%b8%88%e0%b8%94%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b8%88%e0%b8%b2%e0%b8%81%e0%b8%a5%e0%b8%b4%e0%b8%aa%e0%b8%9a%e0%b8%ad%e0%b8%99/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>2</slash:comments>
	
		<media:content url="http://0.gravatar.com/avatar/817e17d9cb8662446507e1dc9a96641b?s=96&#38;d=identicon&#38;r=G" medium="image">
			<media:title type="html">yaikaew</media:title>
		</media:content>

		<media:content url="http://i196.photobucket.com/albums/aa119/kaew_l/Lissabon/lissabon1.jpg" medium="image" />

		<media:content url="http://i196.photobucket.com/albums/aa119/kaew_l/Lissabon/lissabon8.jpg" medium="image" />

		<media:content url="http://i196.photobucket.com/albums/aa119/kaew_l/Lissabon/ponte-25-de-April.jpg" medium="image" />

		<media:content url="http://i196.photobucket.com/albums/aa119/kaew_l/Lissabon/ponte-25-de-April.jpg" medium="image" />

		<media:content url="http://i196.photobucket.com/albums/aa119/kaew_l/lissabon2.jpg" medium="image" />

		<media:content url="http://i196.photobucket.com/albums/aa119/kaew_l/lissabon9.jpg" medium="image" />

		<media:content url="http://i196.photobucket.com/albums/aa119/kaew_l/torre-1.jpg" medium="image" />

		<media:content url="http://i196.photobucket.com/albums/aa119/kaew_l/torre-2.jpg" medium="image" />

		<media:content url="http://i196.photobucket.com/albums/aa119/kaew_l/mosteiro3.jpg" medium="image" />

		<media:content url="http://i196.photobucket.com/albums/aa119/kaew_l/mosteiro2.jpg" medium="image" />

		<media:content url="http://i196.photobucket.com/albums/aa119/kaew_l/mosteiro1.jpg" medium="image" />
	</item>
		<item>
		<title>Hallstatt</title>
		<link>http://yaikaew.wordpress.com/2007/08/29/hallstatt/</link>
		<comments>http://yaikaew.wordpress.com/2007/08/29/hallstatt/#comments</comments>
		<pubDate>Wed, 29 Aug 2007 10:54:32 +0000</pubDate>
		<dc:creator>yaikaew</dc:creator>
				<category><![CDATA[Austria]]></category>
		<category><![CDATA[Travel]]></category>
		<category><![CDATA[Hallstatt]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://yaikaew.wordpress.com/2007/08/29/hallstatt/</guid>
		<description><![CDATA[ยามเย็นที่ Hallstatt  เมื่อเดือนตุลาคมปี 2005 ได้มีโอกาสไปเที่ยว เมือง Hallstatt เมืองเล็กๆ ในเขต Salzkammergut ประเทศออสเตรีย ถ้าจะพูดกันตามความเป็นจริงแล้ว ในช่วงเวลานั้น เมือง Hallstatt ยังไม่ค่อยเป็นที่รู้จักในหมู่คนไทยเท่าไหร่นัก แต่จนถึงบัดนี้เมือง Hallstatt กลับกลายเป็นเมืองที่คนไทย (ในเวปบอร์ดของพันทิบ) ให้ความสำคัญอยู่ไม่น้อย ดังนั้นหากใครได้มีโอกาสมาเที่ยวแถบทางใต้ของเยอรมันหรือมาเที่ยวออสเตรีย ก็อยากจะเชิญชวนไปลองไปสัมผัสบรรยากาศท่ามกลางธรรมชาติภูเขาและทะเลสาบของเมืองนี้กันซักหน่อย ตอนที่ฉันไป Hallstatt นั้น พวกเราซึ่งหมายรวมถึงฉันและกลุ่มเพื่อนอีก 3 คน ได้เช่ารถขับกันไปจากเมือง Aachen ซึ่งอยู่ทางตะวันตกสุดของเยอรมัน โดยแวะค้างคืนที่เมือง Prien 1 คืน และแวะเที่ยวเมืองเล็กๆ ในเขต Oberbayern ในช่วงเช้าของวันรุ่งขึ้น ต่อจากนั้นค่อยมุ่งหน้าเข้าสู่เมือง Hallstatt แต่ในที่นี้ก็ขอเขียนถึงเรื่องราวสั้นๆ ในช่วงที่ไปเที่ยวที่ Hallstatt เท่านั้น คณะของเราไปถึง Hallstatt ก็เกือบจะห้าโมงกว่าแล้ว สิ่งแรกที่ต้องทำก็คือ การตามหาบ้านพักที่จองเอาไว้ ซึ่งก็หายากพอสมควร กว่าจะเจอ พูดคุย ดูห้องพัก [...]<img alt="" border="0" src="http://stats.wordpress.com/b.gif?host=yaikaew.wordpress.com&amp;blog=1595584&amp;post=11&amp;subd=yaikaew&amp;ref=&amp;feed=1" width="1" height="1" />]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p align="justify"><strong>ยามเย็นที่ Hallstatt</strong> </p>
<p align="justify">เมื่อเดือนตุลาคมปี 2005 ได้มีโอกาสไปเที่ยว เมือง Hallstatt เมืองเล็กๆ ในเขต Salzkammergut ประเทศออสเตรีย ถ้าจะพูดกันตามความเป็นจริงแล้ว ในช่วงเวลานั้น เมือง Hallstatt ยังไม่ค่อยเป็นที่รู้จักในหมู่คนไทยเท่าไหร่นัก แต่จนถึงบัดนี้เมือง Hallstatt กลับกลายเป็นเมืองที่คนไทย (ในเวปบอร์ดของพันทิบ) ให้ความสำคัญอยู่ไม่น้อย ดังนั้นหากใครได้มีโอกาสมาเที่ยวแถบทางใต้ของเยอรมันหรือมาเที่ยวออสเตรีย ก็อยากจะเชิญชวนไปลองไปสัมผัสบรรยากาศท่ามกลางธรรมชาติภูเขาและทะเลสาบของเมืองนี้กันซักหน่อย</p>
<p align="justify">ตอนที่ฉันไป Hallstatt นั้น พวกเราซึ่งหมายรวมถึงฉันและกลุ่มเพื่อนอีก 3 คน ได้เช่ารถขับกันไปจากเมือง Aachen ซึ่งอยู่ทางตะวันตกสุดของเยอรมัน โดยแวะค้างคืนที่เมือง Prien 1 คืน และแวะเที่ยวเมืองเล็กๆ ในเขต Oberbayern ในช่วงเช้าของวันรุ่งขึ้น ต่อจากนั้นค่อยมุ่งหน้าเข้าสู่เมือง Hallstatt แต่ในที่นี้ก็ขอเขียนถึงเรื่องราวสั้นๆ ในช่วงที่ไปเที่ยวที่ Hallstatt เท่านั้น</p>
<p><span id="more-11"></span></p>
<p align="justify">คณะของเราไปถึง Hallstatt ก็เกือบจะห้าโมงกว่าแล้ว สิ่งแรกที่ต้องทำก็คือ การตามหาบ้านพักที่จองเอาไว้ ซึ่งก็หายากพอสมควร กว่าจะเจอ พูดคุย ดูห้องพัก ตกลงราคา เวลาอาหารเช้าก็ปาเข้าไปเกือบหกโมงครึ่ง แสงอาทิตย์ก็เกือบจะลาลับขอบฟ้าไปพอดี ดังนั้นเวลาที่เหลือของวันนี้ เราจึงทำได้แค่เพียงออกไปเดินเล่นยามเย็นริมทะเลสาบ Hallstätersee และหาอาหารเย็นกินกันเท่านั้น</p>
<p align="justify">บรรยากาศในเมือง Hallstatt ในวันที่เรามาถึงนี้ค่อนข้างจะเงียบเหงา ผู้คนไม่พลุกพล่านเหมือนเมืองท่องเที่ยวเมืองอื่นๆ อาจจะเป็นเป็นเพราะว่า เมืองนี้เป็นเมืองสำหรับนักท่องเที่ยวที่รักธรรมชาติ ภายในเขตตัวเมืองจึงไม่ค่อยมีสถานบันเทิงมากมายเท่าไรนัก เมื่อพระอาทิตย์ลับชอบฟ้าไป ก็คงเหลือเพียวแสงสลัวๆ ของหลอดไฟฟ้าที่ติดอยู่ตามทางเดินและในบ้านเรือนที่อยู่อาศัยเท่านั้น เราก็เลยตัดสินใจเลิกเดินเล่น หันมามองหาร้านอาหารเย็นสำหรับคืนนี้กัน อาหารของเราไปวันนี้เป็นอาหารจำพวกไส้กรอกกับมันฝรั่ง เมื่อทางกันเสร็จแล้วก็เดินกลับที่พักเป็นการย่อยอาหารไปตัว</p>
<p align="justify">&nbsp;</p>
<p align="justify"><strong>ตะลุย Hallstatt</strong></p>
<p align="justify">&nbsp;</p>
<p align="justify">ตื่นเช้าวันใหม่ขึ้นมา หลังจากที่รับประทานเช้าจากที่พักเสร็จเรียบร้อย เราก็เก็บข้าวเก็บของใส่รถ แล้วก็ออกมาเดินเล่นในตัวเมือง และเตรียมพร้อมที่จะออกเดินทางกันต่อ</p>
<p align="justify">&nbsp;</p>
<p align="justify">อันดับแรก พวกเราก็เดินไปที่ริมทะเลสาบ Hallstatt ซึ่งเป็นมุมที่เล็งไว้ตั้งแต่เมื่อคืนแล้วล่ะ เพียงแต่ว่าเมื่อคืนมันมืดไปหน่อยก็เลยถ่ายไม่ได้ พอเช้านี้อากาศสดใส ก็เลยกระด๊กระด๊ามาถ่ายรูปกันใหญ่ ไม่ว่าจะเป็นรูปทะเลสาบ รูปหมู่ รูปเดี่ยว แต่พอหันกล้องจะไปถ่ายรูปตัวเมือง มุมมองกลับไม่สวยอย่างที่คิด เพราะว่าไม่เห็นภูเขาเป็นฉากหลัง ก็เลยหยุดไว้ก่อนดีกว่า รอเดินไปอีกหน่อยค่อยถ่าย โชคดีที่ตอนเราออกมาเดินนั้น ยังเป็นเวลาเช้าอยู่ ผู้คนริมทะเลสาบก็เลยยังไม่ค่อยเยอะเท่าไหร่ ก็เลยถ่ายรูปได้ตามสบาย ไม่ต้องเกรงใจนักท่องเที่ยวคนอื่นๆ</p>
<p align="justify"><img width="418" src="http://www.bloggang.com/data/yaikaew/picture/1133777706.jpg" height="319" /></p>
<p align="justify">&nbsp;</p>
<p align="justify">อย่างที่เขียนไปตังแต่ตอนต้นแล้วว่าเมือง Hallstatt เป็นเมืองที่อยู่ในเขต Salzkammergut และบริเวณแถบนี้จะเป็นเขตที่ถูกโอบล้อมไว้ด้วยเทือกเขาที่มีชื่อเรียกว่า Dachstein เป็นเขตที่มีทิวทัศน์ที่สวยงาม ในปี ค.ศ. 1997 ทางองค์การ UNESCO ก็ได้บรรจุเขต Hallstatt-Dachstein-Salzkammergut ให้เป็นมรดกโลกทางด้าน Cultural Landscape</p>
<p align="justify">เมื่อชื่นชมธรรมชาติริมทะเลสาบกันจนเป็นที่พอใจแล้ว เราก็ลองเดินลึกเข้าไปในตัวเมืองเรื่อยๆ บ้านเรือนที่อยู่อาศัยในเมือง Hallstatt ส่วนใหญ่จะปลูกตามบริเวณไหล่เขา และบนภูเขาค่อนข้างสูง ดังนั้นเราจึงต้องเดินตามทางลาดไหล่เขาไปเรื่อยๆ แต่เมื่อหันกลับหลังมาดูบรรยากาศด้านล่างอีกครั้งก็ไม่ผิดหวังเลย เพราะภาพเบื้องหน้าที่เห็นช่างสวยงามเหมือนภาพหน้าปกหนังสือนำเที่ยวประเทศออสเตรียเล่มหนึ่งไม่มีผิด ภาพที่เห็นเป็นภาพโบสถ์ประจำเมือง และบ้านที่พักอาศัยที่ตั้งอยู่บริเวณริมทะเลสาบ โดยมีแบล๊กกราวด์เป็นภูเขาสูง ก็ยิ่งทำให้ภาพที่เห็นเป็นเสมือนเมืองที่หลุดออกมากจากเทพนิยายเลยทีเดียว</p>
<p align="justify"><img width="438" src="http://www.bloggang.com/data/yaikaew/picture/1133777986.jpg" height="334" /></p>
<p align="justify">&nbsp;</p>
<p align="justify"><img align="left" width="279" src="http://www.bloggang.com/data/yaikaew/picture/1133778101.jpg" height="365" style="margin:0 15px 0 0;" />ยิ่งเดินขึ้นเขาไปเรื่อยๆ ก็จะพบว่าบริเวณเนินเขานั้น บ้านเกือนทุกหลังจะเปิดให้เช่าเป็นที่พักสำหรับนักท่องเที่ยวทั้งนั้นเลย บางบ้านก็ประดับไปด้วยตุ๊กตุ่นตุ๊กตาตามหน้าต่างบ้าน บางบ้านก็จะปลูกดอกไม้ประดับไว้ตามประตูบ้านอย่างที่เห็นเนี่ยแหละ</p>
<p align="justify">&nbsp;</p>
<p align="justify">&nbsp;</p>
<p align="justify">&nbsp;</p>
<p align="justify">&nbsp;</p>
<p align="justify">&nbsp;</p>
<p align="justify">&nbsp;</p>
<p align="justify">&nbsp;</p>
<p align="justify">&nbsp;</p>
<p align="justify">&nbsp;</p>
<p align="justify">&nbsp;</p>
<p align="justify">บนเขานั้นนอกจากจะเป็นที่ตั้งของบ้านพักต่างๆ แล้ว ก็นังเป็นที่ตั้งของสุสานขนาดเล็กๆ อีกด้วย โดยเฉพาะวันที่เราไปนั้นเป็นวันอาทิตย์ ผู้คนซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นผู้สูงอายุซักหน่อย ก็จะน้ำดอกไม้ไปวางไว้ที่หลุมศพญาติๆ กัน เมือเดินต่อไปอีกนิด ก็จะเห็นน้ำตกสายเล็กๆ 2 สาย ไหลจากยอดเขาลงมาสู่พื้นดิน (จริงๆแล้วก็ไม่ใช้น้ำตกหรอก เป็นแค่ทางน้ำไหลซะมากกว่า ก็เลยไม่มีอะไรน่าตื่นเต้น)</p>
<p align="justify">&nbsp;</p>
<p align="justify">เมื่อเดินวนไปวนมาบริเวณไหล่เขาจนเป็นที่พอใจแล้ว ก็กลับลงมาเดินในตัวเมืองกันบ้าง คราวนี้แหละ นักท่องเที่ยวซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นชาวญี่ปุ่นหลั่งไหลกันมาจากไหลก็ไม่รู้ เยอะแยะเต็มไปหมด เมืองเงียบๆ สงบๆ เมื่อคืนนี้ก็หายวับไปกับตา คงเหลือเพียงเมืองท่องเที่ยวเมืองหนึ่ง ซึ่งมีผู้คนพลุกพล่านซะเหลือเกิน</p>
<p align="justify">&nbsp;</p>
<p align="justify">บริเวณใจกลางเมืองเป็นจัตุรัสขนาดเล็ก ที่มีร้านขายของที่ระลึกร้านอาหารตั้งอยู่ และโรงแรม เกสต์เฮาส์ตั้งเรียงรายอยู่ โดยตัวตึกแต่ละตึกก็จะมีการประดับประดากระถางไม้ดอกสีสันต่างๆ แต่ที่ฉับชอบมากที่สุดก ก็คือตัวตึกที่ทาสีเหลืองจัดที่อยู่ทางด้านริมสุด สีเหลืองของตัวตึกนั้นช่างตัดกับสีแดงของดอกไม้ ได้ใจจริงๆ</p>
<p align="justify"><img align="left" width="255" src="http://www.bloggang.com/data/yaikaew/picture/1133778158.jpg" height="334" style="margin:0 10px 0 0;" /></p>
<p align="justify"><img width="254" src="http://www.bloggang.com/data/yaikaew/picture/1133778205.jpg" height="333" /></p>
<p align="justify">&nbsp;</p>
<p align="justify">เมื่อเห็นเวลาสมควรพวกเราก็เริ่มวางแผนออกจาก Hallstatt โดยจุดหมายปลายทางอันต่อไปก็คือ Gosausee ซึ่งเป็นทะเลาบเล็กๆ ที่อยู่ไม่ไกลจากเมือง Halstatt มากนัก ขับรถก็ใช้เวลาเพียวแค่ประมาณ 40 นาทีก็ถึงแล้ว เส้นทางขับรถจาก Hallstatt ไปยัง Gosausee เป็นถนนเส้นเล็กๆ ที่มีรถไม่มากนัก เมื่อมองไปยังด้านหน้าของกระจำรถ ก็จะเห็นว่ามีเมือกเขาสูงตั้งตะหง่านอยู่ เทือกเขานี้ก็คือ Dachstein ซึ่งเป็นเทือกเขาฟ้นปูนที่สูงเป็นอันดับ 2 ของเทือกเขาแอลป์ โดย Dachstein มีความสูง 2995 เมตร</p>
<p align="justify"><img width="481" src="http://i196.photobucket.com/albums/aa119/kaew_l/30.jpg" height="373" /></p>
<p align="justify">ตามทางสู่ Gosausee ก็จะเห็นทุ่งหญ้าบนเนินเขาเขียวขจี ตัดกับสีห้าจัดของท่องฟ้า นวมทั้งบ้านเรือนที่กระจายกับอยู่เป็นหย่อมๆ เราก็เลยขอลงไปถ่ายรูปกันซะหนำใจ</p>
<p align="justify"><img width="433" src="http://www.bloggang.com/data/yaikaew/picture/1133778259.jpg" height="329" /></p>
<p align="justify">&nbsp;</p>
<p align="justify">Gosausee นั้นเป็นทะเลสาบเล็กๆ ที่อยู่ลึกเข้าไปในหุบเขา โดยแบ่งออกเป็น 2 ส่วน คือ vorder Gosausee (อยู่ด้านหน้า) และ hinter Gosausee (ซึ่งอยู่ถัดเขาไปด้านหลัง) เราไม่สามารถขับรถเข้าไปจอดบริเวณทะเลสาบได้ ก็เลยต้องจอดรถทิ้งไว้ แล้วเดินต่อเข้าไปยัง vorder Gosausee และเนื่องจาก มีเวลาน้อย เราก็เลยไม่สามารถเดินเข้าไปถึง hinter Gosausee ได้เพราะว่ากว่าจะเดินเข้าไปถึงถึงต้องใช้เวลากว่า 2 ชม. แน่ะ (นี่เป็นเวลาของฝรั่งนะ ถ้าเป็นเวลาสำหรับพวกเราซึ่งเดินไปถ่ายรูปไปแล้วล่ะก็ 5 ชม. ก็คงไปไม่ถึงไหนแน่ๆ) ก็เลยมีรูปแต่ที่ vorder Gosausee มาฝากเท่านั้นเอง</p>
<p align="justify"><img align="left" width="308" src="http://www.bloggang.com/data/yaikaew/picture/1133778297.jpg" height="234" style="margin:0 10px 0 0;" /></p>
<p align="justify"><img align="right" width="307" src="http://www.bloggang.com/data/yaikaew/picture/1133778428.jpg" height="235" style="margin:0 15px 0 0;" /></p>
<p align="justify">&nbsp;</p>
<p align="justify">&nbsp;</p>
<p align="justify">&nbsp;</p>
<p align="justify">&nbsp;</p>
<p align="justify">&nbsp;</p>
<p align="justify">&nbsp;</p>
<p align="justify">&nbsp;</p>
<p align="justify">จาก Gosausee เราก็เดินทางกลับอาเค่นโดยผ่านเมือง Salburz ของออสเตรีย มาเข้า Autobahn สาย A8 และขับมาเรื่อยๆ จนถึงเมืองมิวนิค จากนั้นเราก็แยกเข้าสู่สาย A9 และสาย A3 ผ่านเมือง Frankfurt มาเรื่อยๆ จนมาเข้าสาย A4 ที่เมือง Köln ก่อนจะเดินทางสู่อาเค่นโดยสวัสดิภาพ</p>
<p><!--more--></p>
<br /><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/categories/yaikaew.wordpress.com/11/" /> <img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/tags/yaikaew.wordpress.com/11/" /> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gocomments/yaikaew.wordpress.com/11/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/comments/yaikaew.wordpress.com/11/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/godelicious/yaikaew.wordpress.com/11/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/delicious/yaikaew.wordpress.com/11/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gofacebook/yaikaew.wordpress.com/11/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/facebook/yaikaew.wordpress.com/11/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gotwitter/yaikaew.wordpress.com/11/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/twitter/yaikaew.wordpress.com/11/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gostumble/yaikaew.wordpress.com/11/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/stumble/yaikaew.wordpress.com/11/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/godigg/yaikaew.wordpress.com/11/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/digg/yaikaew.wordpress.com/11/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/goreddit/yaikaew.wordpress.com/11/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/reddit/yaikaew.wordpress.com/11/" /></a> <img alt="" border="0" src="http://stats.wordpress.com/b.gif?host=yaikaew.wordpress.com&amp;blog=1595584&amp;post=11&amp;subd=yaikaew&amp;ref=&amp;feed=1" width="1" height="1" />]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://yaikaew.wordpress.com/2007/08/29/hallstatt/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>4</slash:comments>
	
		<media:content url="http://0.gravatar.com/avatar/817e17d9cb8662446507e1dc9a96641b?s=96&#38;d=identicon&#38;r=G" medium="image">
			<media:title type="html">yaikaew</media:title>
		</media:content>

		<media:content url="http://www.bloggang.com/data/yaikaew/picture/1133777706.jpg" medium="image" />

		<media:content url="http://www.bloggang.com/data/yaikaew/picture/1133777986.jpg" medium="image" />

		<media:content url="http://www.bloggang.com/data/yaikaew/picture/1133778101.jpg" medium="image" />

		<media:content url="http://www.bloggang.com/data/yaikaew/picture/1133778158.jpg" medium="image" />

		<media:content url="http://www.bloggang.com/data/yaikaew/picture/1133778205.jpg" medium="image" />

		<media:content url="http://i196.photobucket.com/albums/aa119/kaew_l/30.jpg" medium="image" />

		<media:content url="http://www.bloggang.com/data/yaikaew/picture/1133778259.jpg" medium="image" />

		<media:content url="http://www.bloggang.com/data/yaikaew/picture/1133778297.jpg" medium="image" />

		<media:content url="http://www.bloggang.com/data/yaikaew/picture/1133778428.jpg" medium="image" />
	</item>
		<item>
		<title>Berlin</title>
		<link>http://yaikaew.wordpress.com/2007/08/29/berlin/</link>
		<comments>http://yaikaew.wordpress.com/2007/08/29/berlin/#comments</comments>
		<pubDate>Wed, 29 Aug 2007 08:15:31 +0000</pubDate>
		<dc:creator>yaikaew</dc:creator>
				<category><![CDATA[Germany]]></category>
		<category><![CDATA[Travel]]></category>
		<category><![CDATA[Berlin]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://yaikaew.wordpress.com/2007/08/29/berlin/</guid>
		<description><![CDATA[&#160; วันแรก เที่ยว Berlin และ Potsdam มาอยู่เยอรมันทั้งที ถ้าไม่เคยไปเที่ยว Berlin ซึ่งเป็นเมืองหลวงเลยก็กระไรอยู่ ดังนั้นฉันและเพื่อนจึงตัดสินใจที่จะเดินทางไปเที่ยว Berlin กันในช่วงเดือนเมษายน ปี 2004 ที่มีวันหยุด เสาร์ อาทิตย์ จันทร์ ติดกัน 3 วัน (เอาเรื่องเที่ยวเก่าๆ มาเขียน ไม่ว่ากันนะ)  การเดินทางจาก เมือง Aachen ก็ไม่ได้ยากเย็นอะไรมากมาย แค่เปลี่ยนรถไฟ 1 ครั้งที่เมือง Köln หรือ Düsseldorf จากนั้นก็นั่งยาวไป Berlin เลย ตอนนั้นเราซื้อตั๋วรถไฟแบบ Surf&#38;Rail ซึ่งต้องไปขึ้นที่ดุสเลดอร์ฟ ราคาค่าตั๋วก็ตกไปกลับคนละ 59 ยูโรเท่านั้น ฉันเลือกที่จะเดินทางตอนกลางคืนวันศุกร์ เพื่อที่จะไม่ต้องโดดงานวันศุกร์ และเก็บเวลาเช้าวันเสาร์ไว้เที่ยว นั่งรถจาก Düsseldorf ประมาณ 6 ชั่วโมง ก็ไปถึง Berlin ตอนเกือบ 8 [...]<img alt="" border="0" src="http://stats.wordpress.com/b.gif?host=yaikaew.wordpress.com&amp;blog=1595584&amp;post=7&amp;subd=yaikaew&amp;ref=&amp;feed=1" width="1" height="1" />]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p align="justify">&nbsp;</p>
<p align="justify"><strong>วันแรก เที่ยว Berlin และ Potsdam</strong></p>
<p align="justify">มาอยู่เยอรมันทั้งที ถ้าไม่เคยไปเที่ยว Berlin ซึ่งเป็นเมืองหลวงเลยก็กระไรอยู่ ดังนั้นฉันและเพื่อนจึงตัดสินใจที่จะเดินทางไปเที่ยว Berlin กันในช่วงเดือนเมษายน ปี 2004 ที่มีวันหยุด เสาร์ อาทิตย์ จันทร์ ติดกัน 3 วัน (เอาเรื่องเที่ยวเก่าๆ มาเขียน ไม่ว่ากันนะ) </p>
<p align="justify">การเดินทางจาก เมือง Aachen ก็ไม่ได้ยากเย็นอะไรมากมาย แค่เปลี่ยนรถไฟ 1 ครั้งที่เมือง Köln หรือ Düsseldorf จากนั้นก็นั่งยาวไป Berlin เลย ตอนนั้นเราซื้อตั๋วรถไฟแบบ Surf&amp;Rail ซึ่งต้องไปขึ้นที่ดุสเลดอร์ฟ ราคาค่าตั๋วก็ตกไปกลับคนละ 59 ยูโรเท่านั้น ฉันเลือกที่จะเดินทางตอนกลางคืนวันศุกร์ เพื่อที่จะไม่ต้องโดดงานวันศุกร์ และเก็บเวลาเช้าวันเสาร์ไว้เที่ยว นั่งรถจาก Düsseldorf ประมาณ 6 ชั่วโมง ก็ไปถึง Berlin ตอนเกือบ 8 โมงเช้า</p>
<p align="justify">&nbsp;</p>
<p align="justify">หลังจากที่นั่งหลับมาบนรถไฟ เราก็มาถึง Berlin เมืองหลวงของประเทศเยอรมัน ซึ่งตั้งอยู่ทางทิศตะวันออกของเยอรมัน เนื่องจากตัดสินใจมาอย่างกระทันหัน ก็เลยไม่รู้ว่าควรจะเที่ยวที่ไหนก่อน แต่ก่อนอื่นที่เรานึกขึ้นได้เป็นอันดับแรกก็คือ การซื้อตั๋วสำหรับนั่งรถเมลล์และรถไฟใต้ดินเพื่อเดินทางในเมือง Berlin ซึ่งหลังจากที่ไปสอบถามที่สถานีรถไฟเรียบร้อยแล้ว เราก็ตัดสินใจซื้อตั๋ววัน 2 ใบสำหรับ 2 คน ซึ่งสามารถนั่งรถได้ทุกประเภท นอกจากนี้ยังสามารถใช้ตั๋วนี้นั่งรถไปได้ถึงเมือง Potsdam ได้อีกด้วย สนนราคาก็ตกอยู่ที่ใบละ 6 ยูโร ต่อจากนั้นก็แวะเอาของไปเก็บที่ที่พักพร้อมทั้งล้างหน้าล้างตาให้เสร็จเรียบร้อย จากนั้นค่อยมาตั้งต้นที่สถานีรถไฟกันอีกรอบ</p>
<p align="justify"><span id="more-7"></span></p>
<p align="justify">จากสถานีรถไฟ Zoogarten Bahnhof ของเมือง Berlin เดินตามถนน Bundesallee Joachimstaler มาซักพักก็เห็นตึกเก่าๆ ที่มีลักษณะยอดหักตั้งอยูริมถนนเป็นสิ่งแรก ตึกนี้ไม่ใช่ซากอะไรหรอกนะ  แต่ตึกนี้มีชื่อว่า Kaiser-Wilhelm-Gedächtniskirche  </p>
<p align="justify">&nbsp;</p>
<p align="justify"><img align="left" width="204" src="http://www.bloggang.com/data/yaikaew/picture/1130661626.jpg" height="264" style="width:240px;height:332px;margin:0 15px 0 0;" /></p>
<p align="justify">ก็ตามชื่อของตึกนั่นแหละว่า ตึกนี้คือโบสถ์ (Kirche = โบสถ์) ที่ถูกสร้างขึ้นในสมัยปี ค.ศ. 1891-1895 เพื่อเป็นการระลึกถึงกษัตริย์คนแรกของเยอรมัน ต่อมาระหว่างสงครามโลกครั้งที่ 2 บางส่วนของตึกนี้ได้ถูกทำลายโดยระเบิด และได้มีการบูรณะซ่อมแซมขึ้นมาใหม่ในปี ค.ศ. 1959-1961 บนยอดของตึกจะมีลักษณะเป็นรูปแปดเหลี่ยม ส่วนรายละเอียดอย่างอื่นนั้น ฉันก็ไม่รู้เหมือนกัน เนื่องจากไม่ได้เข้าไปเดินดูภายในตึก</p>
<p align="justify">&nbsp;</p>
<p align="justify">&nbsp;</p>
<p align="justify">&nbsp;</p>
<p align="justify">&nbsp;</p>
<p align="justify">&nbsp;</p>
<p align="justify">หลังจากที่ถ้ารูปกับเจ้าตึกแปดเหลี่ยมรูปทรงแปลกประหลาด เราก็ยังไม่รู้จะเดินไปทางไหนต่อเหมือนกัน เนื่องจากว่าเราไม่มีหนังสือเกี่ยวกับเมืองนี้เลย ดังนั้นก็เลยตัดสินใจซื้อหนังสือนำเที่ยว Berlin 1 เล่มที่สถานีรถไฟใต้ดิน ราคาปกเล่มล่ะ 6.95 ยูโร แต่ทำไมลุงคนขายเอามาขายเราราคาเล่มละ 2.50 ยูโรก็ไม่รู้เหมือนกัน หลังจากที่ซื้อหนังสือแล้ว เราก็เอามาศึกษาดูนิดหน่อย และก็สรุปได้ว่า เราจะเดินทางต่อไปยัง Schloss Charlottenburg ซึ่งตั้งอยู่บริเวณ Luisenplatz การเดินทางนั้นก็ไม่ยากเย็นอะไร ถามเค้าไปเรื่อยๆ ก็ไปถึงแล้ว ตอนนั้นเรานั่งรถสาย 109 ไปแล้วก็เดินต่ออีกนิดหน่อยก็ถึงแล้ว</p>
<p align="justify">&nbsp;</p>
<p align="justify"><img width="343" src="http://www.bloggang.com/data/yaikaew/picture/1130662443.jpg" height="263" /></p>
<p align="justify">&nbsp;</p>
<p align="justify">ตอนที่เราไปถึง Schloss นั้นยังเป็นเวลาที่เช้ามาพอสมควร นักท่องเที่ยวบิเวณนั้นจึงมีแค่พวกเรากับผู้คนอีกเพียงแค่ไม่ถึง 10 คนด้วยซ้ำ แล้วเนื่องจากวันที่เราไปเป็นวันเสาร์ ซึ่งเวลาทำการปิดให้เข้าชม คือ 10 โมงเช้า ดังนั้น เราจึงยังไม่สามารถเข้าชมภายในพระราชวังได้ แต่ฉันไม่ไม่ได้อยากจะเข้าชมอยู่แล้ว เพราะคิดว่าวังไหนๆ ก็คงเหมือนๆ กัน มีแต่เครื่องประดับสีขาวๆ ทองๆ เต็มไปหมด มาดูประวัติคร่าวๆของ Scloss Charlottenburg ซักหน่อยดีกว่า &#8230;</p>
<p align="justify">&nbsp;</p>
<p align="justify">พระราชวังแห่งนี้ถูกสร้างขึ้นด้วยเหตุผลที่ว่า พระเจ้า Frederick ที่ 3 ต้องการสร้างพระราชวังฤดูร้อนให้พระชายา ซึ่งก็คือ พระนาง Sophie Charlotte (สมเด็จย่าของ Friedrich the Great) จึงได้รับสั่งให้ สถาปนิกชื่อ Jahann Arnold Nering สร้างขึ้นมา ระยะเวลาการสร้างนั้นก็เริ่มตั้งแต่ปี ค.ศ. 1695 จนกระทั่งเสร็จสมบูรณ์ในปี 1699 ตัวพระราชวังล้อมรอบไปด้วยสวนสไตล์บารอคที่สร้างสรรค์ขึ้นโดยสาปนิกหลายๆคน น่าเสียดายอีกครั้งที่ไม่มีรูปสวยๆ ของสวนสไตล์บารอคในพระราชวัง Charlottenburg มาให้ชมกัน</p>
<p align="justify">&nbsp;</p>
<p align="justify">เมื่อได้เวลาอันเป็นสมควรเราก็ต้องหาที่สถานที่เที่ยวแห่งต่อไปแต่อย่างที่บอก เราไม่ได้เตรียมตัวมาก่อนว่าจะไปไหนบ้าง เราก็ยังมืดแปดด้านอีกเช่นเคย แต่จะเรียกว่าโชคดีหรือโลกมันกลมก็ไม่รู้ ที่ระหว่างที่กำลังเดินโต๋เต๋อยู่แถวๆ หน้าพระราชวัง ก็ดันเจอเพื่อนที่เป็นคนไทย ซึ่งเค้ากำลังพาญาติมาเที่ยวพอดี เค้าก็เลยแนะนำให้เราไปเที่ยวที่ Neuen Palais ที่ตั้งอยู่บริเวณเมือง Potsdam ซึ่งใช้เวลานั่งรถไฟไม่นานเท่าไหร่จากตัวเมือง Berlin แค่ประมาณ 20 นาทีก็ถึงแล้ว</p>
<p align="justify">&nbsp;</p>
<p align="justify">เมือง Potsdam เป็นเมืองที่มีสิ่งก่อสร้างที่เป็นมรดกโลกที่สำคัญของ UNESCO นั่นก็คือ Potsdam&#8217;s Park Landscape ซึ่งได้รับการเลือกให้เป็นมรดกโลกในปี ค.ศ. 1990 ในบริเวณนี้สถาปนิก Peter Joseph Lenné ได้รวบรวมเอาวังหลายๆ วัง สวนต่างๆ จากสถาปนิกหลายๆ คนเอาไว้ และได้จัดตั้งเป็น Potsdam&#8217;s Park Landscape พระราชวังที่สำคัญก็คือ Neuen Palais และ Schloss Sanssouci</p>
<p align="justify">&nbsp;</p>
<p align="justify">เมื่อเราลงจากรถไฟ แดดที่ส่องแสงเรืองรองยามเช้าที่ Berlin อยู่ๆ ก็หายไป มีเพียงฟ้าหม่นๆ และละอองฝนโปรยปรายลงอย่างต่อเนื่อง แต่ไหนๆ ก็มาถึงแล้ว ยังไงก็ต้องเดินต่อไปที่ Neuen Palais ให้ได้ ระยะทางจากสถานีรถไฟไปยัง Neuen Palais นั้นค่อนข้างไกลเลยทีเดียว เรียกว่าเดินกันจนเมื่อนั่นแหละ ในบริเวณที่เป็นที่ตั้งของ Neuen Palais นอกจากจะมีวังนี้แล้ว ก็ยังมีตึกแบบสถาปัตยกรรมโบราณอีก 2-3 ตึกด้วย</p>
<p align="justify">&nbsp;</p>
<p align="justify"><img align="right" width="239" src="http://www.bloggang.com/data/yaikaew/picture/1130665710.jpg" height="183" style="width:298px;height:216px;margin:0 0 30px 15px;" />Neuen Palais เป็นพระราชวังขนาดใหญ่มากๆ โดยตัวตึกนั้นมีการทาสีเป็นสีชมพูอ่อนๆ และตรงกลางของตึกมีโดมรูปทรงครึ่งวงกลม ที่เรียกว่า Cupola และเนื่องจากได้รับคำแนะนำมาว่าให้เข้าไปดูด้านในด้วย เราก็เลยตัดสินใจซื้อตั๋วเข้าชมในราคาคนละ 6 ยูโร (แน่ะ) ด้านในก็ดูหรูหราสมคำแนะนำ พื้นของวังนั้นทำด้วยหินอ่อนทั้งหมดเลย ดังนั้นก่อนเข้าชมเจ้าหน้าที่ก็เลยต้องบังคับให้ทุกคนเปลี่ยนรองเท้าเป็นรองเท้าที่ใช้สำหรับเดินในบ้าน ซึ่งทางวังก็เป็นคนจัดหาเตรียมไว้ให้ เราเดินชมความหรูหราอลังการภายในวังจนกระทั่งฝนหลุดตกนั่นแหละ ถึงได้ออกมาเดินบริเวณสวนของวังแห่งนี้ที่อยู่ทางด้านหลัง</p>
<p align="justify">&nbsp;</p>
<p align="justify">บริเวณสวนของวังมีการนำรูปปั้นต่างๆ มาตั้งไว้ตามข้างทางตามความยาวตลอดแนวของสวน แต่เนื่องจากว่า ฉันไปตอนที่ยังเป็นหน้าหนาวอยู่ ดังนั้นภายในสวนก็เลยไม่ค่อยมีการปลูกดอกไม้เท่าไหร่</p>
<p align="justify">&nbsp;</p>
<p align="justify">จากสวนของวังเมื่อมองไปในทิศทางที่ตรงข้ามกับตัววัง ก็จะเห็นถนนสายหนึ่งที่ทอดยาวไปไกลแสนไกล ถนนสายนี้เป็นถนนที่จะพาพวกเราไปยังพระราชวังสำคัญอีกแห่งหนึ่งที่ตั้งอยู่ในบริเวณ Potsdam&#8217;s Park Landscape ซึ่งก็คือ Schloss Sanssouci นอกจากนั้นก็ยังมีสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญอีกหลายที่ เราจึงเดินตามถนนสายหลักจากสวนใน Neuen Palais มาเรื่อยๆ เพื่อที่จะไปชมพระราชวังสไตล์บารอค ที่ชื่อว่า Schloss Sanssouci ระหว่างทางก็แวะถ่ายรูปมาเรื่อยๆ เพราะว่า ถ้าไม่หาอะไรที่มันเพลิดเพลินทำแล้วล่ะก็คงรู้สึกเบื่อมากๆ เลยทีเดียวที่ต้องเดินเป็นระยะเวลากว่าครึ่งขั่วโมงเพื่อที่ไปยัง Schloss Sanssouci นอกจากต้องเดินตั้งไกลแล้ว ฝนที่ทำท่าว่าจะหยุดตก ก็เริ่มโปรยปรายลงมาอีกครั้งหนึง โชคดีที่ทริปนี้เราเอาร่มมาด้วย ไม่งั้นแย่แน่ๆ เลย เมื่อมาถึง Schloss Sanssouci ฝนก็ยังคงโปรยปรายละอองมาให้หนาวกันนิดหน่อย ท้องฟ้าก็ไม่เปิดเอาซะเลย รูปที่ถ่ายออกมาก็เลยได้แค่นี้แหละ</p>
<p align="justify">&nbsp;</p>
<p align="justify"><img align="left" width="201" src="http://www.bloggang.com/data/yaikaew/picture/1130666902.jpg" height="154" style="width:280px;height:217px;margin:0 10px 0 0;" /></p>
<p align="justify">นอกจากท้องฟ้าจะหม่นแล้ว บริเวณลูกกรงสีเขียวที่อยู่ตรงขั้นบันไดที่เคยเห็นจากในรูปว่ามีดอกไม้สีสันสดใสสวยงามขึ้นปกคลุมเด็มไปหมด ก็ยังไม่มีดอกไม้หลายสีสันอีกด้วย เหลือให้เห็นเพียวแต่รั้วเหล็ก ที่ดูไม่ค่อยเจริญตาเท่าไหร่ ได้แต่คิดในใจว่าไม่เห็นเหมือนเหมือนรูปในหนังสือนำเที่ยวเลยแฮะ</p>
<p align="justify">&nbsp;</p>
<p align="justify">&nbsp;</p>
<p align="justify">&nbsp;</p>
<p align="justify">&nbsp;</p>
<p align="justify">Schloss Sanssouci เรียกได้ว่าเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่สำคัญที่สุดของเมือง Potsdam โดยสร้างขึ้นเพื่อใช้เป็นพระราชวังฤดูร้อนของ Friedrich the Great บริเวณด้านนอกของพระราชวังมีบันได้เพื่อเดินลงมาสู่สวนที่อยู่ทางด้านหลัง ซึ่งถ้าเป็นหน้าร้อนก็คงมีนักท่องเที่ยวมานั่งชื่นชมความงามของสวนของพระราชวังแห่งนี้เยอะแยะทีเดียว แต่ว่าอากาศหนาวๆ อย่างในวันนี้คงไม่มีใครบ้ามากนั่งตากลมหนาวขมสวนที่ตอนนี้ไม่มีดอกไม้ซักกะดอกหรอก ฉันก็เป็นอีกคนหนึ่งที่ไม่ได้บ้า ฉันก็เลยได้แค่เพียงถ่ายรูปน้ำพุนิดหน่อยแล้วก็เดินไปยังป้ายรถเมล์เพื่อนั่งรถไปที่สถานีรถไฟเมือง Potsdam แล้วนั่งรถกลับไปที่ Berlin อีกครั้ง โดยวางแผนเอาไว้ว่า ถ้าพรุ่งนี้อากาศดี จะนั่งรถมาที่นี่อีกครั้ง</p>
<p align="justify">&nbsp;</p>
<p align="justify">กว่าจะกลับเข้ามาที่ Berlin อีกครั้งก็ปาเข้าไปประมาณบ่ายสองกว่าๆ เกือบๆ บ่ายสามโมงแล้วล่ะ พวกเราก็เลยเดินเล่น ถ่ายรูปเรื่อยเปื่อยในตัวเมือง และนั่งรถไฟใต้ดินไปยัง Sony Center ซึ่งเป็นที่ชุมนุมที่สำคัญของเมือง Berlin เลยล่ะ เช่น ถ้ามีการแข่งขันฟุตบอลแมตช์สำคัญๆ ก็จะมีการตั้งจอขนาดใหญ่ เพื่อให้ชาวแบร์ลินได้มารวมตัวกันเชียร์บอล เป็นต้น นอกจากนี้แล้วก็ยังจะมีพิพิธภัณฑ์เกี่ยวกับภาพยนตร์ ร้านอาหารต่างๆ ในบริเวณนี้อีกด้วย</p>
<p align="justify"><img width="230" src="http://www.bloggang.com/data/yaikaew/picture/1130668169.jpg" height="177" style="width:294px;height:221px;" /></p>
<p align="justify">&nbsp;</p>
<p align="justify">เสร็จจาก Sony Center เราก็เคลื่อนขบวนไปยัง Brandenburger Tor ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของของนครแบร์ลิน สร้างขึ้นโดย C.G. Langhans ในระหว่างปี ค.ศ. 1788-1791 เพื่อเป็นสัญลักษณ์แห่งความเป็นเอกภาพของประเทศเยอรมัน</p>
<p align="justify">&nbsp;</p>
<p align="justify"><img align="left" width="188" src="http://www.bloggang.com/data/yaikaew/picture/1130669014.jpg" height="144" style="width:269px;height:216px;margin:0 15px 0 0;" /></p>
<p align="justify">ด้านบนของ Brandenburger Tor นี้มีเทพธิดาแห่งชัยชนะนั่งอยู่บนที่ประทับมีรถม้าลาก 4 ตัว ที่เรียกว่า &#8220;die Quadriga&#8221; ซึ่ง die Quadriga นี้เคยถูกนโปเลียนยึดไปไว้ที่ปารีสในฐานะที่เป็นของที่ยึดได้จากสงครามในปี ค.ศ. 1806 อีก 8 ปีต่อมา จอมพล Blücher ก็ได้ทำสงครามชนะ และนำสัญลักษณ์นี้กลับมาไว้ที่แบร์ลินตามเดิม</p>
<p align="justify">&nbsp;</p>
<p align="justify">&nbsp;</p>
<p align="justify">&nbsp;</p>
<p align="justify">สถานที่ถัดไปที่เราวางแผนจะไปดูต่อก็คือ Reichstag หรือตึกที่ใช่เป็นที่ทำการรัฐสภาของประเทศเยอรมัน ตึกนี้ตั้งอยู่ไม่ไกลจาก Brandenburger Tor เท่าไหร่ ใช้เวลาเดินเพียงไม่นาน</p>
<p align="justify">&nbsp;</p>
<p align="justify">ตึกรัฐสภาแห่งนี้สร้างขึ้นในปี ค.ศ. 1884-1894 เพื่อ ซึ่งในขณะนั้น Berlin ได้เป็นเมืองหลวงของ Deutsches Reich ตอนที่พวกเราไปถึง Reichstag ก็เป็นเวลาเย็นพอสมควรแล้ว แต่ก็ยังมีผู้คนจำนวนมากต่อแถวยาวเหยียดเพื่อรอเข้าไปชมตึกอาคารรัฐสภาของเยอรมัน แต่สำหรับคนที่มีความอดทนต่ำอย่างเราแล้ว ขอบายดีกว่า เอาแค่ว่าถ่ายรูป Reichstag นิดๆ หน่อยๆ แล้วก็ไปหาอาหารเย็นกิน แล้วกลับไปนอนเก็บแรงที่โรงแรมดีกว่า ก็ทิ้งท้ายวันแรกด้วยรูป Reichstag ละกัน</p>
<p align="justify"><img width="362" src="http://www.bloggang.com/data/yaikaew/picture/1130669780.jpg" height="277" /></p>
<p align="justify">&nbsp;</p>
<p align="justify">&nbsp;</p>
<p align="justify"><strong>เรียนรู้ประวัติศาสตร์ใน Berlin วันที่ 2</strong></p>
<p align="justify">&nbsp;</p>
<p align="justify">วันนี้เป็นวันที่สอง และวันสุดท้ายที่เราจะอยู่เที่ยวในเมือง Berlin โดยมีเวลาตั้งแต่ตื่นเช้าขึ้นมาไปจนถึงตอนประมาณหนึ่งทุ่มนั่นแหละ แล้วเราก็จะออกจากสถานีรถไฟสวนสัตว์ของ Berlin ตอนประมาณทุ่มครึ่งเห็นจะได้ ลักษณะการเที่ยวของพวกเราในทริบนี้เป็นการเที่ยวแบบสบายๆ เดินเล่นไปเรื่อยๆ โดยจุดมุ่งหมายของเราในวันนี้ ก็คือ การนั่งรถไปที่ Siegessäule, Berliner Dom และนั่งรถไปสัมผัสกลิ่นอายบรรยากาศของกำแพงเบอร์ลินที่ยังคงหลงเหลืออยู่ โดยถ้ายังมีเวลาเหลือ เราก็จะนั่งรถไปที่ Sanssouci Schloss ในเมือง Potsdam กันอีกรอบ</p>
<p align="justify">หลังจากที่รับประทานอาหารเช้าเสร็จเรียบร้อยแล้ว เราคนก็นั่งรถไปซื้อตั๋ววันที่สถานีรถไฟกันอีกครั้งหนึ่ง ก่อนที่จะออกเดินทางโดยรถบัสไปลงที่ Siegessäule</p>
<p align="justify">เก้าโมงกว่านิดหน่อย เราก็ไปถึง Siegessäule อากาศยามเช้าวันนี้ถึงแม้ว่าจะเย็นไปซักหน่อย แต่ท้องฟ้าก็โปร่งใส ไม่มีเมฆซักเท่าไหร่ ฉันก็ได้แต่ภาวนาว่า ขออย่าให้เป็นอย่างเมื่อวานเลย ที่ทั้งๆ ที่ตอนเช้าแดดยังแรงอยู่ดีๆ จู่ๆ ฝนก็ดันเริ่มโปรยปรายลงมา</p>
<p align="justify">เมื่อมาถึง Siegessäule ฉันก็เริ่มลงมือถ่ายรูป โดยที่ไม่ลืมที่จะอ่านเรื่องราวคร่าวๆ ของได้เสาแห่งนี้ด้วย</p>
<p align="justify"> <img align="left" width="242" src="http://www.bloggang.com/data/yaikaew/picture/1133211180.jpg" height="316" style="width:260px;height:357px;margin:0 15px 0 0;" /></p>
<p align="justify">เสานี้สร้างขึ้นเป็นอนุเสาวรีย์แห่งชัยชนะระหว่างการต่อสู้กับเดนมาร์ก (1864), ออสเตรีย (1866) และ ฝรั่งเศส (1870-1871) ด้านบนสุดของเสาเป็นรูปผู้หญิงยืนถือคทา (Victoria) ซึ่งเป็นเทพีแห่งชัยชนะ เสานี้มีความสูงทั้งหมด 69 เมตร และถ้าต้องการขึ้นไปบนสุดของเสา จะต้องเดินขึ้นบันได้ถึง 285 ขั้นเลยทีเดียว ซึ่งด้วยจำนวนความสูงขนาดนี้ เราขอไม่ขึ้นดีกว่า ขอเดินเล่นบนพื้นราบให้สบายใจดีกว่า</p>
<p align="justify">&nbsp;</p>
<p align="justify">&nbsp;</p>
<p align="justify">&nbsp;</p>
<p align="justify">&nbsp;</p>
<p align="justify">&nbsp;</p>
<p align="justify">จาก Siegessäule ซึ่งตั้งอยู่บนถนนที่ชื่อว่า 17. Juli ตรงไปเรื่อยๆ ก็จะสามารถเดินไปถึง Brandenburger Tor ได้ ซึ่งเราก็ตัดสินใจที่จะเดินไปเรื่อยๆ ผ่าน Tiergarten ไปยัง Brandenburger Tor อีกครั้งหนึ่ง และใช้ตำแหน่งนี้เองเป็นที่ตั้งต้น เพื่อนั่งรถโดยสารไปยังบริเวณใกล้ๆ Berliner Dom</p>
<p align="justify">&nbsp;</p>
<p align="justify">ก่อนที่จะเดินไปยัง Berliner Dom ฉันก็เดินผ่านลานกว้างๆ ที่เรียกว่า Gendarmenmarkt ซึ่งมีขนาดกว้างถึง 48000 ตารางเมตรแน่ะ ถือว่าใหญ่พอสมควรเลยล่ะ ในบริเวณ Gendermenmarkt ก็จะมีสิ่งก่อสร้างที่สำคัญ 2 อย่างตั่งเด่นอยู่ นั่นก็คือ Deutscher Dom และ โรงละครSchauspielhaus</p>
<p align="justify">&nbsp;</p>
<p align="justify"><img align="left" width="249" src="http://www.bloggang.com/data/yaikaew/picture/1133207193.jpg" height="325" style="margin:0 15px 0 0;" /></p>
<p align="justify">Deutscher Dom ตั้งอยู่ทางด้านใต้ของ Gendarmenmarkt สร้างขึ้นโดย Martin Grünberg มนปี ค.ศ. 1701-1708 ตอนแรกสุดที่สร้างขึ้นนั้นใช้เป็นโบสถ์ และได้ถูกทำลายลงในช่วงสงครามโลก จนกระทั่ง เมื่อปี 1996 นี้เอง โบสถ์แห่งนี้ถึงได้รับการบูรณะขึ้นมาใหม่</p>
<p align="justify">&nbsp;</p>
<p align="justify">&nbsp;</p>
<p align="justify">&nbsp;</p>
<p align="justify">&nbsp;</p>
<p align="justify">&nbsp;</p>
<p align="justify">&nbsp;</p>
<p align="justify">&nbsp;</p>
<p align="justify">&nbsp;</p>
<p align="justify"><img align="right" width="371" src="http://www.bloggang.com/data/yaikaew/picture/1133208200.jpg" height="283" style="width:317px;height:244px;margin:0 0 0 15px;" />บริเวณตรงกลางของ Gendarmenmarkt เคยเป็นสถานที่ตั้งของ Komödienhaus ซึ่งภายหลังได้เกิดไฟไหม้ Komödienhaus ถูกทำลายลง ต่อมาในปี 1818-1821 Schinkel ได้ทำการสร้าง Schauspielhaus ขึ้นมาแทน ต่อมากลังสงครมครามโลกครั้งที่ 2 โรงละครแห่งนี้ก็ถูกสร้างขึ้นใหม่ในปี 1967 แล้วในปี 1984 ได้มีการใช้โรงละครแห่งนี้เป็นสถานที่จัดคอนเสิร์ตในเบอร์ลิน Konzerthaus Berlin</p>
<p align="justify">&nbsp;</p>
<p align="justify">&nbsp;</p>
<p align="justify">เมื่อถ่ายรูปจนเป็นที่พอใจแล้ว ก็อย่าลืมว่า จุดหมายปลายทางของเราก็คือ Berliner Dom พวกเราก็เลยเดินต่อไปเรื่อยๆ จนเห็นจุดหมายอยู่ลิบๆ แต่ว่าเมื่อเหลือบไปมองข้างทางก็เห็นสวนหย่อมขนาดย่อมๆ อยู่ โดยรอบๆ สวนหย่อมก็เป็นร้านอาหารต่างๆ มากมายเนื่องงจากเป็นวันที่อากาศดีไม่ร้อนไม่หนาวจนเกินไป รวมถึงเป็นช่วงกลางวันพอดี เลยมีผู้คนจำรวรมากออกมานั่งดื่มด่ำบรรยากาศกันเต็มไปหมด</p>
<p align="justify">&nbsp;</p>
<p align="justify">&nbsp;</p>
<p align="justify"><img align="left" width="335" src="http://www.bloggang.com/data/yaikaew/picture/1133212017.jpg" height="255" style="margin:0 15px 0 0;" /></p>
<p align="justify">Berliner Dom นั้นถูกสร้างขึ้นเมื่อปี ค.ศ. 1894-1905 เพื่อใช้เป็นโบสถ์ประจำราชวงศ์โฮเฮ่นซอลเลิร์น (เป็นโบสถ์ทางนิกายโปรเตสแตนท์) เป็นที่ทำพิธีการเจิมน้ำมนต์ เข้าพิธีอภิเษกสมรส และใช้เป็นสถานที่ฝังศพของสมาชิกในราชวงศ์ ซึ่งบริเวณชั้นใต้คินของโบสถ์แห่งนี้มีหลุมฝังศพของณาชวงศ์โฮเฮ่นซอลเลิร์นอยู่ถึง 97 แห่ง</p>
<p align="justify">&nbsp;</p>
<p align="justify">  </p>
<p align="justify">&nbsp;</p>
<p align="justify">หลังจากที่ไปเที่ยว Berliner Dom กับเสร็จเรียบร้อย เราก็นั่งรถ S-Bahn ไปยังชุมชนชาวยิวของเบอร์ลิน ซึ่งที่บริเวณนี้ถือว่าเป็นชุมชนชาวยิวที่ใหญ่ที่สุดในเยอรมัน ที่นี่มีทุกอย่างที่เกี่ยวกับชาวยิว ไม่ว่าจะเป็น โบสถ์ยิว ร้านอาหาร พิพิธภัณฑ์ และสุสานของชาวยิว ซึ่งดูแล้วไม่ค่อยเจริญหูเจริญตาซักเท่าไหร่ ฉันก็เลยขอผ่านไปดูซากกำแพงเบอร์ลินดีกว่า</p>
<p align="justify">&nbsp;</p>
<p align="justify">จากชุมชนชาวยิว เรานั่งรถ S-Bahn ไปลงที่ Ost Bahnhof เพื่อไปดูซากกำแพงเบอร์ลินที่ยังคงหลงเหลืออยู่จนทุกวันนี้</p>
<p align="justify">หลายๆ คนคงเคยรู้กันมาแล้วว่าภายหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 เมืองเบอร์ลิน ถูกแบ่งออกเป็น 4 ส่วน ซึ่งอยู่ภายใต้การปกครองของ อเมริกา อังกฤษ ฝรั่งเศส และโซเวียต ต่อมาในปี 1948 เมื่อโซเวียตแยกตัวออกจากจากกลุ่มสัมพันธมิตร ประเทศเยอรมันก็ถูกแบ่งออกเป็น 2 ประเทศโดยปริยาย ส่วนที่ถูกปกครองโดยโซเวียต เรียกว่า ประเทศเยอรมันตะวันออก มีเบอร์ลินตะวันออกเป็นเมืองหลวง และส่วนที่ถูกปกครองโดยอเมริกา อังกฤษ และฝรั่งเศส คือ ประเทศเยอรมันตะวันตก แต่ด้วยความผูกพันธ์ของชาวเยอรมัน ทำให้การแบ่งแยกประเทศนี้ไม่เป็นไปอย่างเด็ดขาด จึงมีการสร้างกำแพงเบอร์ลินขึ้นโดยรัฐบาลของเยอรมันตะวันออกในวันที่ 13 สิงหาคม 1961 เพื่อยุติการไปมาหาสู้กันระหว่างพี่น้องร่วมชาติ ต่อมาทางด้านเยอรมันตะวันตก ได้พยายามที่จะให้มีการไปมาหาสู่กันมากขึ้น โดยชาวเยอรมันฝั่งตะวันตกได้รับการอนุญาติให้ไปเยี่ยมญาติที่อยู่ทางฝั่งตะวันออกได้ และนับตั้งแต่วันที่ 9 พฤศจิกายน 1989 เป็นต้นมา ชาวเบอร์ลินตะวันออกก็ได้เดินทางหลั่งไหลเข้าสู่เบอร์ลินตะวันตกจำนวนมาก โดยผ่านทางประตูฝั่ง Brandenburger Tor จนกระทั่งในวันที่ 13 มิถุนายน 1990 ก็ได้เริ่มมีการรวมพลังมวลชนเพื่อทำลายกำแพงเบอร์ลินขึ้นครั้งแรกที่ถนน Bernauer ต่อมาในที่สุดกำแพงเบอร์ลิน ก็ได้ถูกทลายลงอย่างสมบูรณ์แบบ และเป็นการรวมประเทศครั้งแรกในรอยต่อของคืนวันที่ 2 ถึง 3 ตุลาคม 1990 ดังนั้นจึงถือเอาวันที่ 3 ตุลาคม ของทุกปี เป็นวันชาติเยอรมัน</p>
<p align="justify">&nbsp;</p>
<p align="justify">เมื่อเราไปถึงกำแพงเบอร์ลิน สิ่งแรกที่สังเกตได้ก็คือ สภาพความเสื่อมโทรมของบริเวณนั้น ไม่มีตึกสมัยใหม่นอกจากสถานีรถไฟ พื้นที่ส่วนใหญ่เป็นที่โล่งมากๆ ซึ่งไม่แน่ใจเหมือนกันว่า เค้าตั้งใจคงสภาพความเป็นเบอร์ลินตะวันออกเอาไว้ หรือว่าเป็นเพราะไม่มีใครอยากไปพัฒนาให้มันดีขึ้น ตัวกำแพงเบอร์ลินทอดยาวไปไกลสุดลูกหูลูกตา ซึ่งถ้าจะเดินเลียบกำแพงไปเรื่อยๆ ก็คงใช้เวลามากทีเดียวที่จะเดินไปยังจุดสิ้นสุดของซากกำแพง บนกำแพงแต่ละบล๊อกก็ได้มีการวาดรูประบายสี เพื่อระลึกถึงคืนวันเก่าๆ ซึ่งฉันก็ได้ถ่ายมาให้ดูเพียงบางรูป</p>
<p align="justify">&nbsp;</p>
<p align="justify"> <img align="left" width="286" src="http://www.bloggang.com/data/yaikaew/picture/1133214634.jpg" height="218" style="margin:0 10px 0 0;" /><img align="left" width="281" src="http://www.bloggang.com/data/yaikaew/picture/1133214754.jpg" height="215" /></p>
<p align="justify">&nbsp;</p>
<p align="justify">&nbsp;</p>
<p align="justify">&nbsp;</p>
<p align="justify">&nbsp;</p>
<p align="justify">&nbsp;</p>
<p align="justify">&nbsp;</p>
<p align="justify">สถานที่ทางประวัตฺศาสตร์ที่สุดท้ายในแบร์ลินที่พวกเราไปมาก็คือ Checkpoint ซึ่งเป็นสถานที่ที่มีทหาตำรวจยืนอยู่ เพื่อตรวจคนที่ผ่านเข้าออกระหว่างเบอร์ลินท้งสองฝั่งในสมัยนั้น ซึ่งตอนนี้ก็ยังมีสถานทีจำลองตั้งไว้ให้ดูอยู่</p>
<p align="justify"><img align="left" width="295" src="http://www.bloggang.com/data/yaikaew/picture/1133215266.jpg" height="225" style="margin:0 15px 0 0;" /> <img align="left" width="295" src="http://www.bloggang.com/data/yaikaew/picture/1133215307.jpg" height="225" /></p>
<p align="justify">&nbsp;</p>
<p align="justify">&nbsp;</p>
<p align="justify">&nbsp;</p>
<p align="justify">&nbsp;</p>
<p align="justify">&nbsp;</p>
<p align="justify">&nbsp;</p>
<p align="justify">&nbsp;</p>
<p align="justify">ทิ้งท้ายโดยการไปที่ Potsdam อีกรอบเพื่อถ่ายรูป Scloss Sanssouci ในวันที่อากาศดีๆ มาให้ดูกันอีกรอบ</p>
<p align="justify"><img width="421" src="http://www.bloggang.com/data/yaikaew/picture/1133215416.jpg" height="321" /></p>
<p><!--more--></p>
<br /><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/categories/yaikaew.wordpress.com/7/" /> <img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/tags/yaikaew.wordpress.com/7/" /> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gocomments/yaikaew.wordpress.com/7/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/comments/yaikaew.wordpress.com/7/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/godelicious/yaikaew.wordpress.com/7/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/delicious/yaikaew.wordpress.com/7/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gofacebook/yaikaew.wordpress.com/7/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/facebook/yaikaew.wordpress.com/7/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gotwitter/yaikaew.wordpress.com/7/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/twitter/yaikaew.wordpress.com/7/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gostumble/yaikaew.wordpress.com/7/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/stumble/yaikaew.wordpress.com/7/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/godigg/yaikaew.wordpress.com/7/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/digg/yaikaew.wordpress.com/7/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/goreddit/yaikaew.wordpress.com/7/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/reddit/yaikaew.wordpress.com/7/" /></a> <img alt="" border="0" src="http://stats.wordpress.com/b.gif?host=yaikaew.wordpress.com&amp;blog=1595584&amp;post=7&amp;subd=yaikaew&amp;ref=&amp;feed=1" width="1" height="1" />]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://yaikaew.wordpress.com/2007/08/29/berlin/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>3</slash:comments>
	
		<media:content url="http://0.gravatar.com/avatar/817e17d9cb8662446507e1dc9a96641b?s=96&#38;d=identicon&#38;r=G" medium="image">
			<media:title type="html">yaikaew</media:title>
		</media:content>

		<media:content url="http://www.bloggang.com/data/yaikaew/picture/1130661626.jpg" medium="image" />

		<media:content url="http://www.bloggang.com/data/yaikaew/picture/1130662443.jpg" medium="image" />

		<media:content url="http://www.bloggang.com/data/yaikaew/picture/1130665710.jpg" medium="image" />

		<media:content url="http://www.bloggang.com/data/yaikaew/picture/1130666902.jpg" medium="image" />

		<media:content url="http://www.bloggang.com/data/yaikaew/picture/1130668169.jpg" medium="image" />

		<media:content url="http://www.bloggang.com/data/yaikaew/picture/1130669014.jpg" medium="image" />

		<media:content url="http://www.bloggang.com/data/yaikaew/picture/1130669780.jpg" medium="image" />

		<media:content url="http://www.bloggang.com/data/yaikaew/picture/1133211180.jpg" medium="image" />

		<media:content url="http://www.bloggang.com/data/yaikaew/picture/1133207193.jpg" medium="image" />

		<media:content url="http://www.bloggang.com/data/yaikaew/picture/1133208200.jpg" medium="image" />

		<media:content url="http://www.bloggang.com/data/yaikaew/picture/1133212017.jpg" medium="image" />

		<media:content url="http://www.bloggang.com/data/yaikaew/picture/1133214634.jpg" medium="image" />

		<media:content url="http://www.bloggang.com/data/yaikaew/picture/1133214754.jpg" medium="image" />

		<media:content url="http://www.bloggang.com/data/yaikaew/picture/1133215266.jpg" medium="image" />

		<media:content url="http://www.bloggang.com/data/yaikaew/picture/1133215307.jpg" medium="image" />

		<media:content url="http://www.bloggang.com/data/yaikaew/picture/1133215416.jpg" medium="image" />
	</item>
	</channel>
</rss>
